ออร์แลนโด, ฟลอริดา — ในช่วงเวลาหนึ่ง โค้ชทีมออร์แลนโด เมจิก จามาล มอสลีย์ เปลี่ยนจากการกอดอกมายืนในท่าป้องกันเต็มตัว พร้อมกับตบมือสองครั้ง
เหลือเวลา 2 นาที 23 วินาทีในควอเตอร์ที่สามของเกมเมื่อวันอาทิตย์ มอสลีย์กำลังเลียนแบบท่าป้องกันของแอนโธนี แบล็ค ซึ่งกำลังไล่ประกบ บับ คาร์ริงตัน รุกกี้ของวอชิงตัน วิซาร์ดส์ ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ฟุต
แบล็คไล่กดดันตั้งแต่แดนหลัง ทำให้วิซาร์ดส์ไม่สามารถเริ่มเกมบุกได้ตามแผน บอลต้องถูกส่งออกจากมือของคาร์ริงตัน และจบด้วยการยิงพลาดของจอร์แดน พูล พร้อมกับเสียฟาวล์ในเกมรุก
แม้ว่าแบล็คจะทำแต้มไปถึง 23 คะแนน เทียบเท่าสถิติสูงสุดในอาชีพของเขา แต่เมื่อมอสลีย์ถูกถามเกี่ยวกับผลงานของเขา โค้ชกลับพูดถึงเกมรับเป็นอย่างแรก
“ผมชอบที่เขากดดันตั้งแต่แดนหลัง” มอสลีย์กล่าว “เราเน้นเรื่องเกมรับ และเขาทำได้ดีมาก เขาเปลี่ยนเกมได้โดยใช้เกมรับนำไปสู่เกมรุก ซึ่งช่วยให้เราได้แต้มง่ายขึ้น”
“ผมชอบที่เขาสามารถนำบอลขึ้นไปและสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม” โค้ชกล่าวต่อ “เมื่อเขาดันเกมเร็วขึ้น แนวรับของคู่แข่งก็ต้องแตกออก และเขาก็หาทางทำแต้มของตัวเองได้จากตรงนั้น”
โดยปกติแล้ว เมื่อทีมเมจิกมีผู้เล่นหลักครบ ทีมจะใช้ เจเลน ซักส์ ผู้เล่นแนวรับระดับออล-เอ็นบีเอ เป็นตัวนำในเกมรับ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแนวรับอันดับสามของลีก และในเกมรุก เขาเป็นตัวเลือกที่สามรองจาก เปาโล บานเคโร และ ฟรานซ์ วากเนอร์
แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ซักส์, บานเคโร และ วากเนอร์ มีโอกาสลงเล่นด้วยกันเพียง 6 จาก 59 เกมในฤดูกาลนี้ ซักส์พลาดลงเล่นถึง 22 เกมจาก 23 เกมล่าสุด ทำให้แบล็คและโคล แอนโธนี ต้องเข้ามารับบทบาทแทนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
แบล็คลงเล่น 22 จาก 23 เกมล่าสุด ทำเฉลี่ย 10.6 แต้มต่อเกม เป็นอันดับสี่ของทีมรองจาก แอนโธนี, บานเคโร และ วากเนอร์ พร้อมกับเก็บรีบาวด์เฉลี่ย 2.8 ครั้ง และแอสซิสต์ 2.9 ครั้งต่อเกม
ในเกมกับวิซาร์ดส์ เขาทำได้ 23 แต้ม ยิงสามแต้มลง 4 จาก 5 ครั้ง และเป็นเกมที่ 27 ของฤดูกาลที่เขาทำแต้มสองหลัก
ขณะที่แอนโธนี ลงเล่น 21 จาก 23 เกมล่าสุด ทำเฉลี่ย 14.2 แต้ม, 4 รีบาวด์ และ 3.3 แอสซิสต์ ยิงสามแต้มแม่น 37% และเปอร์เซ็นต์ยิงโดยรวมอยู่ที่ 46%
“เราขอให้เขาเล่นด้วยความกล้าและความมุ่งมั่นเสมอ” มอสลีย์กล่าว “ในเกมรับ เขาต้องหาทางก่อกวนแนวรุกของคู่แข่ง และในเกมรุก เขาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระของ บานเคโร และ วากเนอร์”
หลังจากลองปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายครั้ง ตอนนี้ดูเหมือนว่ามอสลีย์จะเจอสูตรที่เหมาะสม โดยให้แอนโธนีเป็นตัวจริง และให้แบล็คออกสตาร์ทจากม้านั่งสำรอง แม้ทีมจะมีสถิติ 7-15 เมื่อไม่มีซักส์ แต่ชัยชนะทั้ง 7 เกมก็เกิดขึ้นเมื่อแอนโธนีเป็นตัวจริง
“ผมรู้สึกสบายใจกับบทบาทของผมตอนนี้” แบล็คกล่าว “มันเปิดโอกาสให้ผมได้เล่นในสไตล์ของตัวเอง และยังได้ลงสนามร่วมกับ บานเคโร และ วากเนอร์ ด้วย ถือว่าเป็นบทบาทที่ลงตัว”
เหลืออีกเพียง 23 เกมในฤดูกาลปกติ และยังไม่แน่ชัดว่าซักส์จะกลับมาเมื่อไหร่ ทีมเมจิกจะต้องฝากความหวังไว้กับแอนโธนีและแบล็ค เพื่อช่วยเสริมแนวรุกของวากเนอร์และบานเคโร ในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟ








