อินเดียน่า เพเซอร์ส กำลังมองหาโอกาสทองในฤดูกาลนี้ เพราะอาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่ทีมยังมีขุมกำลังหลักชุดเดิม หลังจากสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการทะลุไปถึงรอบชิงแชมป์สายตะวันออกเมื่อปีที่แล้ว พวกเขายังคงโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้
ปัจจุบัน เพเซอร์ส มีสถิติ 33-25 และรั้งอันดับที่ 5 ของสายตะวันออก ทีมตั้งเป้าหมายไปที่การเข้ารอบลึกอีกครั้ง แต่จะสามารถทำได้เหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในใจของฝ่ายบริหารทีมก็กำลังคิดถึงอนาคตหลังจบฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะเรื่องของ ไมลส์ เทอร์เนอร์ เซ็นเตอร์ตัวเก่ง ที่กำลังจะกลายเป็นฟรีเอเย่นต์ และมีข่าวลือมากมายว่าเขาอาจจะย้ายออกจากทีม
นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่ทีมต้องตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา หลายฝ่ายใน NBA เชื่อว่าเพเซอร์สอาจจะทำการปรับเปลี่ยนขุมกำลัง โดยการเทรดผู้เล่นบางคนเพื่อเปิดทางสำหรับต่อสัญญาผู้เล่นหลักที่สำคัญ
สองผู้เล่นที่อาจถูกแลกเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์นี้คือ ที.เจ. แม็คคอนเนลล์ การ์ดจอมเก๋า และ แอรอน เนสมิธ ฟอร์เวิร์ดดาวรุ่ง โดยมีรายงานว่า ดัลลัส แมฟเวอริกส์ อาจให้ความสนใจคว้าตัวพวกเขาไปร่วมทีม
“ผู้เล่นตำแหน่งวิงที่มีเกมรับดีและยิงสามแต้มแม่น ควรเป็นเป้าหมายหลักของแมฟเวอริกส์ นั่นทำให้ เนสมิธ และ โอชาอิ อักบาจิ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพเซอร์สอาจต้องลดค่าใช้จ่ายหากต้องการรั้ง ไมลส์ เทอร์เนอร์ ไว้ และ แร็ปเตอร์ส อาจไม่อยากทุ่มเงินเพื่อขยายสัญญา อักบาจิ”
“นอกจากนี้ ดัลลัส ยังต้องการผู้เล่นที่ช่วยสร้างสรรค์เกมรุก นั่นคือเหตุผลว่าทำไม แม็คคอนเนลล์ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ผ่านบอลยอดเยี่ยมที่สุดของลีก โดยเฉลี่ย 5 แอสซิสต์ต่อเกม แต่มีแค่ 1.6 เทิร์นโอเวอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจ่ายบอลของเขา”
เนสมิธ เคยตกเป็นข่าวการเทรดก่อนเส้นตายเมื่อฤดูกาลนี้ และข่าวลือน่าจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงปิดฤดูกาล เขากลายเป็นตัวหลักของเพเซอร์ส แต่ทีมอาจต้องปล่อยเขาเพื่อเคลียร์เพดานเงินเดือนสำหรับผู้เล่นคนอื่นๆ
อินเดียน่า อาจเลือกให้ความสำคัญกับ เทอร์เนอร์ และ เบเนดิกต์ มาธูริน มากกว่า เนสมิธ ซึ่งอาจทำให้เขาต้องถูกเทรดออกไป ส่วน แม็คคอนเนลล์ แม้จะเป็นตัวหมุนเวียนสำคัญ แต่ผลงานของเขาในปีนี้ก็ลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม หลายทีมยังคงให้ความสนใจในตัวเขา เพราะสามารถช่วยเสริมทีมลุ้นแชมป์ได้ทันที ฤดูร้อนนี้จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของเพเซอร์ส ที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของแฟรนไชส์ไปอีกหลายปีข้างหน้า








