ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่ เลอบรอน เจมส์ ซูเปอร์สตาร์ของทีม ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขัน NBA All-Star Game ในนาทีสุดท้าย ด้วยเหตุผลเรื่องอาการปวดข้อเท้าและเท้า ซึ่งทำให้แฟนๆ รู้สึกผิดหวังอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อรูปแบบใหม่ของเกมปีนี้กลายเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่
เกม All-Star ในปีนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะรูปแบบการแข่งขันที่แบ่งเป็นสี่ทีมไม่ได้รับความนิยม และดูไม่น่าตื่นเต้น แม้แต่นักวิจารณ์ชื่อดังอย่าง สตีเฟน เอ. สมิธ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ล้มเหลว
แต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีกคือ การที่ เลอบรอน เจมส์ ตัดสินใจไม่ลงเล่นกะทันหัน โดยประกาศถอนตัวเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มเกม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทั้งแฟนๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
แชนด์เลอร์ พาร์สันส์ อดีตนักบาส NBA ออกมาวิจารณ์เจมส์อย่างตรงไปตรงมา โดยกล่าวว่า “ปัญหาก็คือ เลอบรอนไม่อยากเล่นกับดาวรุ่งใน Rising Stars แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เล่น NBA คนอื่นๆ ต้องเล่นกับลูกชายของเขา ซึ่งเลอบรอนเองเป็นคนสร้างสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมา แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงไม่อยากเล่นกับพวกดาวรุ่งเหล่านี้?”
มิเชล บีเดิล พิธีกรร่วมของรายการ Run It Back ก็เห็นด้วยกับพาร์สันส์ โดยกล่าวว่า การถอนตัวของเลอบรอนแบบกะทันหัน ทำให้ผู้เล่นที่สมควรได้รับโอกาสต้องเสียที่นั่งในทีม All-Star
“ทุกคนในลีกต้องยอมรับความฝันของครอบครัวเลอบรอน ที่ต้องการให้ บรอนนี่ เจมส์ อยู่ในลีก ซึ่งโอเค พวกเรายอมรับมัน แต่เลอบรอนไม่สามารถแจ้งให้ใครรู้ล่วงหน้าสักหน่อยได้หรือ? เขาประกาศถอนตัวแค่ 30 นาทีก่อนเกมเริ่มเท่านั้น” บีเดิลกล่าว
ก่อนหน้านี้ เจมส์ถูกวางตัวให้เล่นร่วมกับดาวดังอย่าง สตีเฟน เคอร์รี และ เควิน ดูแรนท์ ในทีมของ แชคิล โอนีล แต่การถอนตัวครั้งนี้ ทำให้สถิติลงเล่น All-Star Game ติดต่อกัน 20 ปีของเขาต้องจบลง
ในขณะเดียวกัน บรอนนี่ เจมส์ ลูกชายของเลอบรอน ก็เพิ่งถูกดราฟต์โดย ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ในอันดับที่ 55 ของ NBA Draft 2024 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเขาได้รับโอกาสเข้ามาเล่นในลีกเพราะชื่อเสียงของพ่อ มากกว่าความสามารถที่แท้จริง
พาร์สันส์ ปิดท้ายคำพูดของเขาด้วยคำถามที่ทิ่มแทงว่า “ถ้าบรอนนี่ ได้ลงเล่นในเกมนี้ เลอบรอนจะยังถอนตัวอยู่ไหม?”








