ไซเฟอร์ ไมนิง (Cipher Mining) บริษัทด้านการขุดบิตคอยน์ของสหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงกับฟลูอิดสแต็ก (Fluidstack) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านการประมวลผล AI จากประเทศอังกฤษ ภายใต้ข้อตกลงนี้ Google จะรับประกันเงินเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Fluidstack และจะได้รับหุ้นจำนวน 5.4% ในไซเฟอร์ ไมนิงเป็นการตอบแทน
ไทเลอร์ เพจ ซีอีโอของไซเฟอร์ ไมนิง กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของดีลในโลกของการประมวลผลสมรรถนะสูง (High-Performance Computing หรือ HPC) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI โดยตรง
ไซเฟอร์ ไมนิงมีแผนจะเปลี่ยนศูนย์ข้อมูลที่เคยใช้สำหรับขุดบิตคอยน์ในรัฐเท็กซัส ให้กลายเป็นศูนย์ให้บริการด้าน AI และยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรม AI
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือบริษัทขุดบิตคอยน์เปลี่ยนตัวเองเข้าสู่วงการ AI ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม เทอราวูล์ฟ (TeraWulf) บริษัทอีกแห่งหนึ่งก็ได้ทำข้อตกลงมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อปล่อยเช่าศูนย์ข้อมูลในนิวยอร์กให้กับ Fluidstack เช่นกัน โดย Google รับประกันดีลนั้นด้วยวงเงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ และได้รับหุ้น 8% ใน TeraWulf
ขณะนี้ นักพัฒนา AI ทั่วโลกกำลังเร่งสะสมทรัพยากรการประมวลผลให้มากที่สุด เพื่อแข่งขันกันในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับ OpenAI ที่เพิ่งประกาศจับมือกับ Nvidia เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล เทียบเท่ากับทั้งมหานครนิวยอร์กและซานดิเอโกรวมกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI ไม่ได้พึ่งแค่บริษัทผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่ยังหันมาจับมือกับบริษัทขุดบิตคอยน์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์และศูนย์ข้อมูลอยู่แล้ว
การขุดบิตคอยน์ คือการใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ เพื่อยืนยันธุรกรรมและสร้างเหรียญใหม่เข้าระบบ บริษัทขนาดใหญ่ในวงการนี้มีเครื่องจักรเฉพาะทางและดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถปรับใช้ในงานด้าน AI ได้
ตัวอย่างเช่น CoreWeave เคยเป็นบริษัทขุดเหรียญ Ethereum แต่เปลี่ยนมาโฟกัสที่การสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ปัจจุบันมีลูกค้ารายใหญ่ เช่น OpenAI, Google และ Cloudflare บริษัทนี้เข้าตลาดหุ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 65 พันล้านดอลลาร์
อีกตัวอย่างคือ Core Scientific ซึ่งเป็นบริษัทขุดบิตคอยน์อีกแห่ง พยายามเปลี่ยนทิศทางธุรกิจคล้ายกับ CoreWeave โดย CoreWeave เคยเสนอซื้อกิจการของ Core Scientific ในเดือนกรกฎาคมด้วยมูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ แต่ผู้ถือหุ้นของ Core Scientific บางส่วนไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าราคาขายไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท
แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าโลกของคริปโตและ AI กำลังมาบรรจบกัน เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมต่างต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลระดับสูง เพื่อรองรับการเติบโตที่รวดเร็วในยุคเทคโนโลยีใหม่








