ตลาดคริปโตพุ่งขึ้นในวันนี้ (27 สิงหาคม) หลังจากนักลงทุนมีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับผลประกอบการของ Nvidia ที่กำลังจะประกาศ และคำพูดในเชิงบวกจากจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางนิวยอร์ก ที่พูดถึงโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ราคา Bitcoin (BTC) พุ่งขึ้นแตะ $111,140 ขณะที่ Ethereum (ETH) ทะยานขึ้นสู่ระดับ $4,600 เหรียญทางเลือกอย่าง Hyperliquid, Livepeer และ Numeraire ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ราคาพุ่งแรงในวันนี้เช่นกัน
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ตลาดคริปโตพุ่งขึ้นก็คือ นักลงทุนกำลังจับตามองรายงานผลประกอบการของ Nvidia บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวเลขจาก Nvidia ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางของทั้งตลาดหุ้นและคริปโต เพราะถ้ารายงานออกมาดี นักลงทุนมักจะกล้าเสี่ยงและลงทุนมากขึ้น ทำให้ราคาทรัพย์สินต่าง ๆ สูงขึ้น
แต่ถ้าผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาด หุ้น Nvidia อาจร่วงลง และส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวมในวันพฤหัสบดีนี้
นักวิเคราะห์คาดว่า Nvidia จะมีรายได้ประมาณ $48 พันล้าน เพิ่มขึ้นถึง 52% จากปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้พูดในงาน Jackson Hole Symposium เมื่อวันศุกร์ ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ย และจอห์น วิลเลียมส์ ก็ได้เสริมว่าการประชุมครั้งหน้าน่าจะเป็น “การตัดสินใจแบบสด” ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่อาจเกิดขึ้นทันที โดยเขาอ้างถึงข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานยังสูงอยู่
อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนตลาดคือ กิจกรรมในตลาดอนุพันธ์ที่เพิ่มมากขึ้น ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า มูลค่ารวมของสัญญาฟิวเจอร์สที่เปิดอยู่ (open interest) เพิ่มขึ้น 2% แตะ $207 พันล้าน Bitcoin มีมูลค่า open interest เพิ่มขึ้นเป็น $82 พันล้าน ขณะที่ Ethereum เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3 วันติด จนแตะ $64 พันล้าน สินทรัพย์อื่นอย่าง Solana, XRP และ Dogecoin ก็มีการเปิดสถานะเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการซื้อที่มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน มูลค่าการ liquidate หรือการปิดสถานะโดยบังคับ ลดลง 72% เหลือเพียง $200 ล้าน ซึ่งหมายความว่าตลาดไม่ได้มีแรงขายจากการถูกบังคับปิดสถานะมากนัก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าการพุ่งขึ้นของตลาดครั้งนี้จะยั่งยืน เพราะช่วงที่ผ่านมา ตลาดมักดีดตัวแค่ชั่วคราวแล้วกลับมาตกลงอีกครั้ง
จึงยังมีความเสี่ยงว่าการดีดตัวของตลาดคริปโตในรอบนี้อาจเป็นแค่ “dead cat bounce” หรือการฟื้นตัวชั่วคราวของสินทรัพย์ที่อยู่ในแนวโน้มขาลง ก่อนจะร่วงต่อ ตัวอย่างล่าสุดคือเมื่อราคาคริปโตดีดตัวหลังคำพูดของพาวเวลล์เมื่อวันศุกร์ แต่กลับร่วงลงอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์








