ตลาดคริปโตยังคงอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม จนถึงวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม โดยราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงลงอย่างหนักกว่า 24% ภายในวันเดียว เหลือเพียง $52,475 ตามข้อมูลจาก CoinGecko ขณะที่อีเธอเรียม (Ethereum) ก็ลดลงกว่า 20% เหลือ $2,310
การร่วงลงอย่างรุนแรงนี้ไม่ได้กระทบแค่ตลาดคริปโต แต่ยังลามไปถึงตลาดหุ้นทั่วโลก สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย และความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลาง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ มีสัญญาณชัดเจนว่ากำลังเผชิญปัญหา ตัวเลขผู้ขอรับสิทธิประโยชน์การว่างงานพุ่งสูงที่สุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 ดัชนีภาคอุตสาหกรรมก็ลดต่ำสุดในรอบ 8 เดือนที่ 46.8 จุด ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ไม่ได้ปรับลดตามที่ตลาดคาดไว้
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ตลาดเริ่มไม่มั่นใจในแนวทางของ Fed เพราะตัวเลขเศรษฐกิจแสดงให้เห็นชัดว่ากำลังชะลอตัว นอกจากนี้ ราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีก็ปรับลดลงแรง ซึ่งมีผลกระทบต่อคริปโตโดยตรง เพราะมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
นักลงทุนจำนวนมากเริ่มเทขายสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโต เพื่อนำเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความไม่แน่นอนทั้งจากเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองโลก โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ใกล้เข้ามา และยังไม่มีความชัดเจนในนโยบายเกี่ยวกับคริปโตของผู้สมัครแต่ละคน
ซีอีโอของ Binance ระบุว่า ปัจจัยเศรษฐกิจโลกยังเป็นตัวแปรหลักที่กดดันตลาด และการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินลงทุนก็สะท้อนความกังวลนั้นอย่างชัดเจน ฤดูร้อนก็มีผลเช่นกัน เพราะในอดีตเป็นช่วงที่ผลตอบแทนจากคริปโตมักต่ำ
แม้สถานการณ์จะดูแย่ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า การฟื้นตัวอาจเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ หากไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเพิ่มเติม เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การกลับตัวของตลาดหุ้น หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยของ Fed ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน
เทรดเดอร์จากอิสราเอลเผยว่า ความกลัวเรื่องสงครามหรือข่าวลือไม่ใช่เหตุผลจริงที่ทำให้ตลาดร่วงลง แต่เกิดจากการที่นักลงทุนทั่วโลกเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่ เพราะโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยมีสูง และสิ่งนี้นำไปสู่การขายหุ้นจำนวนมากทั่วโลก รวมถึงในตลาดญี่ปุ่นที่ดัชนี Nikkei ร่วงแรงที่สุดในรอบ 20 ปี
ตลาดคริปโตเองก็โดนผลกระทบหนัก โดยเฉพาะหลังราคาบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า $56,000 ทำให้เกิดการเทขายแบบตื่นตระหนกในเหรียญทางเลือก (altcoins) หลายตัว ข้อมูลยังระบุว่า มีการถอนเหรียญ ETH ออกมาขายโดยผู้เล่นรายใหญ่ และมีการโอนเหรียญ Bitcoin เข้าไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการเทขาย
ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ลูกค้าที่ได้รับคืนเงินจาก Mt.Gox และ Genesis Trading ก็เริ่มขายเหรียญออกมา ส่งผลให้แรงเทขายเพิ่มขึ้นอีก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แนวรับสำคัญของ Ethereum อยู่ที่ $2,000 และสำหรับ Bitcoin คือ $45,000 โดยคาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามามากหากราคาลงถึงจุดนี้ และหากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว ราคาบิตคอยน์อาจดีดกลับมาอยู่ที่ระดับ $54,000-55,000 ได้ภายในสิ้นวัน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังเตือนว่า แนวโน้มตลาดยังอยู่ในช่วงขาลง และยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดสถานะลงทุนระยะยาว ควรรอดูสถานการณ์ให้แน่ชัดกว่านี้ก่อน โดยเฉพาะเมื่อยังมีโอกาสที่จะมีข่าวลบจากภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม
ในภาพรวม ตลาดคริปโตยังถูกควบคุมด้วยปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯ สถานการณ์โลก และการเลือกตั้ง หากสิ่งเหล่านี้เริ่มคลี่คลาย โอกาสฟื้นตัวของ Bitcoin ก็อาจกลับมาที่ระดับ $56,000-58,000 ได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้








