สัญญาณจากบล็อกเชนชี้ให้เห็นว่าตลาดยังอยู่ในช่วง “กระจายเหรียญ”
ในเช้าวันที่ 4 มีนาคม ราคาบิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่า $84,000 อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาพุ่งไปแตะระดับ $95,000 หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้จัดตั้ง “กองทุนสำรองคริปโตแห่งชาติ” โดยจะรวมเหรียญ SOL, XRP, ADA เข้ากับบิตคอยน์และอีเธอเรียม
อย่างไรก็ตาม ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนดังกล่าว ทั้งเรื่องวิธีการจัดซื้อเหรียญและการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มลดลง นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะหาเงินจากไหนเพื่อซื้อเหรียญมาเก็บไว้ในกองทุน
วันที่ 7 มีนาคม จะมีการจัดประชุมสำคัญกับที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดีด้าน AI และคริปโตฯ พร้อมตัวแทนจากอุตสาหกรรมและนักลงทุน โดยคาดว่าจะเป็นเวทีที่กำหนดทิศทางของกฎหมายเกี่ยวกับ Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
แต่หลายฝ่ายยังไม่มั่นใจว่ารัฐสภาสหรัฐจะสามารถออกกฎหมายเหล่านี้ได้ภายใน 100 วันแรกของการบริหารงานของทรัมป์
นักวิเคราะห์จาก Nansen ชี้ว่า การขึ้นราคาของเหรียญคริปโตในช่วงนี้อาจเป็นเพียงแค่ระยะสั้น เพราะโครงการกองทุนสำรองยังต้องผ่านขั้นตอนจากรัฐสภา ซึ่งใช้เวลานาน ด้านผู้เชี่ยวชาญอีกคนเตือนว่า ตลาดยังมีความผันผวนสูง เพราะยังไม่แน่ชัดว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากไม่เกิดขึ้น ราคาก็อาจตกลงได้
ช่วงเย็นวันที่ 3 มีนาคม ตลาดคริปโตยิ่งแย่ลงไปอีก หลังมีข่าวว่าทำเนียบขาวจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีน โดยเริ่มมีผลวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีสินค้าเกี่ยวกับพลังงาน 10% และสินค้าทั่วไป 25% ทรัมป์ให้เหตุผลว่า ประเทศเพื่อนบ้านยังไม่สามารถหยุดการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเฟนทานิลเข้ามาในสหรัฐได้
นายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด เตือนว่าอาจใช้มาตรการโต้ตอบสินค้าสหรัฐ ขณะที่เม็กซิโกก็เตรียมแผนสำรองหลายชุด ส่วนจีนคาดว่าจะมีแถลงการณ์ตอบโต้ในเร็ว ๆ นี้
นักลงทุนยังจับตารายงานจากกระทรวงพาณิชย์ในเดือนเมษายน ที่อาจเสนอแนวคิดการเก็บ “ภาษีตอบโต้” กับประเทศอื่น ๆ เพื่อปรับสมดุลการค้า ซึ่งอาจกระทบต่อสหภาพยุโรปอย่างหนัก
จากข้อมูลของ Glassnode นักลงทุนระยะสั้นยังไม่สามารถทำกำไรจากราคาที่พุ่งขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ได้ แม้ราคาบิตคอยน์จะไปแตะ $92,700 ก็ตาม นั่นแสดงว่าตลาดอยู่ในจุดที่เปราะบาง
อีกทั้ง ตัวชี้วัด Accumulation Trend Score ของบิตคอยน์ยังต่ำกว่า 0.5 มานานถึง 58 วัน บ่งบอกว่าตลาดยังอยู่ในช่วง “กระจายเหรียญ” มากกว่าการสะสม ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนเกิดการปรับฐานของราคา
ทาง IntoTheBlock ระบุว่าจำนวน Address ที่ใช้งานบิตคอยน์เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงจุด “ยอมแพ้” ของตลาดแล้ว เพราะในอดีต การเคลื่อนไหวบนบล็อกเชนที่เพิ่มขึ้นแบบนี้มักจะเกิดก่อนจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของราคา
Sygnum วิเคราะห์ว่า หากรัฐบาลสหรัฐตัดสินใจซื้อบิตคอยน์มูลค่า $1 พันล้านดอลลาร์เพื่อเก็บไว้ในกองทุนสำรอง จะทำให้มูลค่าตลาดของเหรียญพุ่งขึ้นถึง $20 พันล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ Thomas Farrer คาดว่า หากรัฐบาลประกาศจัดตั้งกองทุนคริปโตอย่างเป็นทางการ ราคาบิตคอยน์อาจพุ่งขึ้นถึง $50,000 ภายในเวลาแค่ 1 นาที








