ตลาดหุ้นสหรัฐไตรมาส 3 ปี 2025 พุ่งแรง โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก
ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 (ข้อมูลถึงวันที่ 25 กันยายน) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 6.4%, ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 4.2%, ดัชนี Nasdaq ทะยานขึ้นถึง 9.9% และดัชนี Russell 2000 ที่เป็นตัวแทนของหุ้นขนาดเล็ก พุ่งขึ้นถึง 10.9% ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่เริ่มลดลงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่ช่วยหนุนตลาด โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ ดัชนี Russell 2000 เพียงเดือนสิงหาคมเดือนเดียวก็พุ่งขึ้นถึง 7% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดในรอบกว่า 4 ปี
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปะปน
แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตดี แต่ตลาดแรงงานเริ่มแสดงอาการอ่อนแอ ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัว
จากแรงหนุนของการบริโภคภาคประชาชนที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 ที่ระดับ 3.8% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3.3% โดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลข GDP ฟื้นตัวได้ดีหลังจากหดตัว 0.6% ในไตรมาสแรก ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากความตึงเครียดทางการค้า
ในด้านตลาดแรงงาน สหรัฐฯ เพิ่มงานเพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 75,000 ตำแหน่ง และลดลงจากตัวเลขในเดือนกรกฎาคมที่มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 79,000 ตำแหน่ง ข้อมูลในเดือนมิถุนายนก็ถูกปรับลดลงไปอีก 27,000 ตำแหน่งด้วยเช่นกัน
อัตราเงินเฟ้อประจำปีของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.9% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม และตรงกับความคาดหมายของตลาด
เฟดลดดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งแรกของปีนี้ในเดือนกันยายน และส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มจะลดอีกในช่วงปลายปี ขณะนี้ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 87.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม
สงครามการค้ากลับมาเบา ๆ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยมีสินค้าครอบคลุมทั้งตู้ครัว อ่างล้างหน้า ยา และรถบรรทุกขนาดใหญ่ อัตราภาษีจะอยู่ระหว่าง 30% ถึง 100% แต่จะมีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทยาที่กำลังสร้างโรงงานผลิตในสหรัฐฯ
กระแส AI ยังร้อนแรง แม้เริ่มมีข้อกังวลเรื่องผลตอบแทน
ในไตรมาสนี้ หลายบริษัทเทคโนโลยีและชิปเซ็ตเข้าทำดีลร่วมกัน เช่น NVIDIA ร่วมมือกับ Intel, OpenAI และ Alibaba อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเริ่มตั้งคำถามว่า การลงทุนใน AI จะให้ผลตอบแทนช้ากว่าที่คาดไว้หรือไม่
ETF ที่โดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2025
1. การขุด Bitcoin
– CoinShares Bitcoin Mining ETF (WGMI): +116.4%
– Grayscale Bitcoin Miners ETF (MNRS): +69.3%
ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 19% ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากมีการนำไปใช้เพิ่มขึ้นโดยสถาบันและบริษัทใหญ่ อีกทั้งประกาศของทรัมป์ในการจัดตั้งทุนสำรองคริปโต ก็ช่วยหนุนกลุ่มเหมืองคริปโต
2. กัญชา
– Roundhill Cannabis ETF (WEED): +91.8%
– AdvisorShares Pure US Cannabis ETF (MSOS): +84.5%
หุ้นและ ETF กลุ่มกัญชาพุ่งสูง หลังมีรายงานว่าทรัมป์พิจารณาการลดระดับความเข้มงวดของกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา จาก Schedule I (เทียบเท่ายาเสพติดอย่างเฮโรอีน) ไปเป็น Schedule III ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินงานได้สะดวกขึ้น
3. แร่หายาก (Rare Earth)
– VanEck Rare Earth/Strategic Metals ETF (REMX): +67.6%
ความต้องการแร่หายากสูงมาก โดยเฉพาะจากภาคพลังงานสีเขียว อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หุ้น Lithium Americas Inc. พุ่งขึ้นเกือบ 90% หลังมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้นประมาณ 10% ในบริษัทนี้ ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาจีนซึ่งควบคุมแหล่งแร่หายากทั่วโลก
4. Ethereum
– Grayscale Ethereum Mini Trust ETF (ETH): +60.9%
– Bitwise Ethereum ETF (ETHW): +60.8%
ราคาของ Ethereum เพิ่มขึ้นประมาณ 57% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยหลักมาจากความต้องการของนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงผลตอบแทนจากการ Stake และเทคโนโลยี Layer 2 ที่ช่วยเร่งความเร็วในการทำธุรกรรม
อย่าพลาดโอกาสในการเสริมพอร์ตของคุณด้วยข้อมูลเชิงลึกจาก ETF ชั้นนำ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด








