โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าวิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างหนักในปีนี้ โดยเฉพาะประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนออกมาเตือนถึงวิกฤตค่าเงินดอลลาร์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ทรัมป์เคยขู่ว่าจะไล่พาวเวลล์ออกจากตำแหน่ง และพยายามปลดลิซ่า คุก ผู้ว่าการเฟดอีกคนหนึ่ง ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจถูกแทรกแซงจากการเมืองมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารของทรัมป์เริ่มนำข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไปเผยแพร่โดยตรงบนบล็อกเชน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้เกิดการคาดเดาว่าในอนาคต ตลาดเสรีอาจเป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยแทนเฟด
สัปดาห์นี้ กรมพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศว่าจะเริ่มเผยแพร่ข้อมูล GDP รายไตรมาสลงบนบล็อกเชน ซึ่งรวมถึงตัวเลข GDP หลัก โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในบล็อกเชน 9 เครือข่าย ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, Solana, Tron, Stellar, Avalanche, Arbitrum, Polygon และ Optimism รวมทั้งเผยแพร่ผ่าน Chainlink และ Pyth ซึ่งเป็นระบบ Oracle ของโลกคริปโตที่ใช้เชื่อมโยงข้อมูลภายนอกเข้าสู่แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์
รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ฮาวเวิร์ด ลัตนิค กล่าวว่า “การที่กรมพาณิชย์และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนคริปโต ออกมาเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศบนบล็อกเชนอย่างเปิดเผย เป็นการทำให้ความจริงทางเศรษฐกิจของอเมริกาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเข้าถึงได้ทั่วโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน”
ลัตนิคยังบอกเพิ่มเติมว่า ระบบนี้จะถูกนำไปใช้ทั่วทั้งภาครัฐในอนาคต โดยข้อมูลทางเศรษฐกิจและสถิติอื่น ๆ ก็จะถูกนำไปเผยแพร่บนบล็อกเชนเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะนำข้อมูลจากภาคเอกชน เช่น จำนวนการจ้างงาน และข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ถูกทำให้ไม่ระบุตัวตน มาลงบนบล็อกเชนด้วย
นักลงทุนชื่อดัง ชามัธ พาลิฮาปิติยา กล่าวว่าการมีระบบ Oracle ที่ดึงข้อมูลเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์มาใช้จะช่วยให้ตลาดสามารถตอบสนองได้ทันที และกำหนดอัตราดอกเบี้ยเองแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญที่เฟดเคยทำมาก่อนและมักจะเป็นประเด็นถกเถียงอยู่เสมอ
ความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับเฟดมีมานาน โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงที่เฟดประเมินผิดว่าเงินเฟ้อหลังโควิดจะเป็นเพียงชั่วคราว จึงไม่ขึ้นดอกเบี้ยทันที ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว
ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อพาวเวลล์สร้างความตกใจให้ตลาดด้วยการขึ้นดอกเบี้ย 0.5% เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งบางคนมองว่าเป็นการช่วยเหลือคู่แข่งทางการเมืองของทรัมป์อย่าง กมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต
เดวิด แซ็คส์ หนึ่งในทีมที่ปรึกษาคริปโตและ AI ของทรัมป์ กล่าวในพอดแคสต์ว่า “เขาจะลดดอกเบี้ยให้โจ ไบเดน ให้เจเน็ต เยลเลน ให้กมลา แต่จะไม่ลดให้ทรัมป์แน่นอน” พร้อมตั้งฉายาให้พาวเวลล์ว่า “Too Late Powell” เพราะลังเลที่จะลดดอกเบี้ย แม้อัตราเงินเฟ้อกลับมาใกล้เป้าหมาย 2% แล้วก็ตาม
พาลิฮาปิติยายังกล่าวเสริมว่า ตลาดเสรีสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้ดีกว่าเฟด พร้อมเสนอให้เฟดยังมีบทบาทในฐานะผู้ควบคุมธนาคารและระบบชำระเงินต่อไป แต่ควรปล่อยให้ตลาดทำหน้าที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยเองผ่านเทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชน








