Home การเข้ารหัสลับ บิทคอยน์ร่วง 15% กระทบ ETF คริปโต นักลงทุนลังเล

บิทคอยน์ร่วง 15% กระทบ ETF คริปโต นักลงทุนลังเล

79
0

บิทคอยน์ลดลงจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 108,000 ดอลลาร์ และตอนนี้อยู่เหนือระดับ 90,000 ดอลลาร์เล็กน้อย ซึ่งคิดเป็นการลดลงประมาณ 15% การลดลงนี้ส่งผลกระทบต่อกองทุน ETF คริปโตหลายกองทุน ทำให้นักลงทุนสงสัยว่าถึงเวลาที่จะขายกองทุนเหล่านี้หรือยัง?

ข้อมูลจาก CoinDesk ระบุว่า กองทุน ETF บิทคอยน์มีการไหลออกถึง 582 ล้านดอลลาร์ในวันพุธที่ผ่านมา

### แรงหนุนหลังการเลือกตั้งสำหรับกองทุน ETF คริปโต

ท่าทีที่เป็นมิตรต่อคริปโตเคอร์เรนซีของประธานาธิบดีที่ได้รับเลือก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งผลให้กองทุน ETF คริปโตมีการพุ่งขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

ในวันที่ 17 ธันวาคม มีข่าวลือว่าทรัมป์อาจเดินหน้าสร้าง “คลังสำรองบิทคอยน์” ซึ่งผลักดันให้ราคาบิทคอยน์แตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 108,239 ดอลลาร์ นอกจากนี้ การแต่งตั้งทนายความที่สนับสนุนคริปโตอย่าง พอล แอตกินส์ ให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการ ก.ล.ต. (SEC) ยังเพิ่มความเชื่อมั่นในตลาดอีกด้วย

ยังมีข่าวดีเกี่ยวกับ Hut8 บริษัทเหมืองคริปโต ซึ่งมีแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล AI มูลค่า 12 พันล้านดอลลาร์ในรัฐลุยเซียนา โดยอาจร่วมมือกับ Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook ที่ประกาศแผนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม

หุ้นของ Hut8 ลดลงมาสู่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันในวันพุธ ขณะที่ Meta มีการปรับตัวลงในเขตซื้อจากจุดซื้อที่ 602.95

### ข้อดีของกองทุน ETF คริปโต

คริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง เช่นเดียวกับกองทุน ETF คริปโต แต่กองทุนเหล่านี้มีข้อดีสำหรับนักลงทุน เพราะสามารถรวมเหรียญดิจิทัลและหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น Coinbase (COIN), Mara Holdings (MARA), MicroStrategy (MSTR) และ Riot Platforms (RIOT)

แตกต่างจาก ETF ที่ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว กองทุน ETF คริปโตจะได้รับผลกระทบจากราคาของเหรียญดิจิทัลพื้นฐาน และยังต้องพิจารณาการอนุมัติต่างๆ จากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่ากองทุนด้วย

ข้อได้เปรียบคือ นักลงทุนไม่จำเป็นต้องใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลหรือสมัครใช้งานเว็บแลกเปลี่ยนคริปโต และสามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้นทั่วไป

### จุดซื้อและสัญญาณขาย

นักลงทุนควรพิจารณาว่ากองทุน ETF คริปโตอยู่ในเขตซื้อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทุนหลายตัวเริ่มส่งสัญญาณขายแล้ว แม้ว่ากองทุนจะมีสภาพคล่องสูงเมื่อเทียบกับเหรียญคริปโตบางตัวที่มีอุปทานจำกัด

### ความเสี่ยงและโอกาส

บิทคอยน์ซึ่งมีอุปทานจำกัดยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญสำหรับกองทุน ETF ที่เชื่อมโยงกับบิทคอยน์หรือสัญญาฟิวเจอร์ส อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมี เช่น การปรับปรุงเทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้งานของเหรียญ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาของมันได้

บิทคอยน์ถูกมองว่าเป็น “ที่เก็บมูลค่า” ขณะที่อีเธอเรียมเน้นไปที่ฟีเจอร์ “การสเตก” (Staking) การเข้าใจตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจลงทุน

### ความเคลื่อนไหวของกองทุน ETF สำคัญ

– **ProShares Bitcoin ETF (BITO):** เคยทะลุจุดซื้อที่ 26.86 ในเดือนธันวาคม แต่ตอนนี้หลุดทั้งเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 200 วันแล้ว นักลงทุนควรรอดูให้ราคากลับมายืนเหนือจุดซื้อก่อนตัดสินใจ
– **VanEck Digital Transformation ETF (DAPP):** ถือหุ้นอย่าง Hut8, MicroStrategy, Coinbase และ Block (SQ) ตอนนี้กำลังกลับไปใกล้จุดซื้อที่ 15.14 แต่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน แนะนำให้รอดูฐานราคาใหม่
– **Amplify Transformational Data Sharing ETF (BLOK):** ลงทุนในบริษัทบล็อกเชน เช่น Coinbase และ CleanSpark ราคาหุ้นลดลงหลังทะลุจุดซื้อที่ 37.15 นักลงทุนควรรอดูรูปแบบฐานราคาใหม่
– **Valkyrie Bitcoin Miners ETF (WGMI):** หลังเพิ่มขึ้นถึง 28% จากจุดซื้อ 24.83 ราคากลับลดลงและหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันแล้ว

### คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

แม้จะมีกองทุน ETF ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถือเหรียญดิจิทัลโดยตรง แต่ตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษาตลาดอย่างรอบคอบและติดตามสัญญาณซื้อขายเพื่อทำการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here