ตลาดการเงินทั่วโลกตื่นตัวอย่างหนักในเช้าวันพุธ เมื่อราคาบิทคอยน์ร่วงลง 3.3% ในชั่วข้ามคืน เหลือเพียง $98,143 หลังจากหลุดระดับสำคัญที่ $100,000 เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กลับมาอีกครั้ง ข้อมูลจาก Bloomberg และ CoinGlass ระบุว่าเงินทุนมูลค่า $340.7 ล้าน ได้ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ของบิทคอยน์ในวันอังคาร แต่กองทุน IBIT ของ BlackRock กลับสูญเสียเงินถึง $249 ล้านภายในเช้าวันพุธเมื่อความกังวลเรื่องภาษีศุลกากรปะทุขึ้นอีกครั้ง
แม้ว่าการพักเบรกภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์กับเม็กซิโกจะช่วยดันราคาบิทคอยน์ขึ้นไปแตะ $102,500 ในช่วงบ่ายวันอังคาร แต่นโยบายการคงภาษี 10% ต่อสินค้าจีนของรัฐบาลทรัมป์ทำให้ตลาดพลิกกลับมาในทางลบ และนำไปสู่การปิดสถานะอนุพันธ์มูลค่ากว่า $2.2 พันล้านดอลลาร์ “นักลงทุนเริ่มปรับตัวเข้ากับความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ” Antoni Trenchev จาก Nexo กล่าว พร้อมชี้ว่าดัชนี RSI ที่ระดับ 68 ของบิทคอยน์ก่อนการร่วงลง บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการซื้อมากเกินไป
ในทางกลับกัน กองทุน ETF ของ Ethereum จาก Fidelity กลับมีเงินไหลเข้าสูงถึง $51.2 ล้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตในตลาดเหรียญทางเลือก (altcoin) ราคาของ Solana พุ่งขึ้น 5.6% สู่ระดับ $206.67 ขณะที่เหรียญ ENA ร่วงลงถึง 9% นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า XRP ที่เพิ่มขึ้น 7.2% ได้แรงหนุนจากการใช้งานในระบบการโอนเงินข้ามพรมแดน ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยงต่อปัญหาห่วงโซ่อุปทาน
ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังลังเลที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ข้อมูลจาก CME ระบุว่ามีโอกาสถึง 87% ที่จะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดคริปโตร่วงต่อเนื่อง แม้หุ้นของ MicroStrategy จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.88% เนื่องจาก CEO Michael Saylor ยังคงสนับสนุนมุมมองว่าบิทคอยน์คือ “ทรัพย์สินดิจิทัล” ต่างจาก Grayscale ที่มีกระแสเงินไหลเข้าสู่ GBTC เพียง $8.02 ล้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกในหลายสัปดาห์
นักวิเคราะห์ระบุว่าระดับราคาสำคัญของบิทคอยน์อยู่ที่ $96,450 หากร่วงต่ำกว่านี้อาจต้องทดสอบระดับ $94,300 ส่วน Ethereum ก็มีความผันผวนใกล้ $2,721 และยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $2,900 ได้ ในขณะเดียวกัน เหรียญในกลุ่ม AI อย่าง SAI กลับเพิ่มขึ้นถึง 200% จากข่าวลือเรื่องความร่วมมือกับ Nvidia ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคส่วนเฉพาะกลุ่มยังคงเติบโตได้แม้ตลาดคริปโตหลักจะซบเซา
ตอนนี้นักลงทุนจับตาดูสภาพคล่องในตลาดคริปโตทั่วโลกที่ลดลง 2.84% เหลือเพียง $3.22 ล้านล้าน “นี่ไม่ใช่การเก็งกำไรแบบเสี่ยงสุดตัวเหมือนปี 2021” ผู้จัดการกองทุน David Sacks กล่าว “สถาบันการเงินกำลังมองเกมระยะยาว ไม่ว่าภาษีจะเพิ่มหรือลด” ท่ามกลางการถกเถียงในวอชิงตันเรื่องการตั้งทุนสำรองบิทคอยน์ ตลาดจึงต้องเตรียมรับมือทั้งความผันผวนและโอกาสใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น








