พิพิธภัณฑ์กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องเงินทุนที่ลดลงและค่านิยมที่เปลี่ยนไป พวกเขาจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อความอยู่รอดในอนาคต ไม่ใช่แค่การหาเงินให้ได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น
### เงินทุนจากรัฐลดลง พึ่งพาเอกชนมากขึ้น
เดิมทีพิพิธภัณฑ์มักพึ่งพาเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและผู้บริจาครายใหญ่ แต่ปัจจุบันงบประมาณจากภาครัฐลดลง ขณะที่ผู้บริจาครายใหญ่เริ่มลังเล และสปอนเซอร์จากบริษัทก็ถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้พิพิธภัณฑ์ต้องหาวิธีใหม่ในการระดมทุน หนึ่งในวิธีที่นิยมคือการตั้ง “กองทุนถาวร” หรือ Endowment ซึ่งเป็นเงินที่นำไปลงทุน และใช้ผลตอบแทนประจำปีมาเป็นค่าใช้จ่ายบางส่วน
ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในฝรั่งเศสตั้งกองทุนถาวรครั้งแรกในปี 2009 ด้วยเงิน €175 ล้าน และในอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ Tate ตั้งเป้าระดมทุนให้ได้ £150 ล้าน ภายในปี 2030 เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในอนาคต
### สร้างรายได้ทางเลือกใหม่ ๆ
นอกจากการตั้งกองทุน พิพิธภัณฑ์ยังต้องหารายได้จากช่องทางอื่น เช่น การขายงานพิมพ์ลิมิเต็ดอิดิชันจากศิลปินชื่อดัง ในราคาหลักแสนบาทต่อชิ้น ตัวอย่างเช่น Guggenheim ได้ร่วมกับ Avant Arte จำหน่ายภาพพิมพ์ของศิลปิน Alex Katz เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์
อีกแนวทางหนึ่งคือการใช้กลยุทธ์ตลาด เช่น การรับประกันราคาซื้อผลงานศิลปะที่ต้องการ หากไม่ได้งานนั้น ก็ยังได้รับส่วนแบ่งจากราคาประมูลที่สูงกว่าราคาที่เสนอไว้ พิพิธภัณฑ์ Toledo Museum of Art ใช้วิธีนี้และสร้างรายได้มากกว่า $2 ล้าน ใน 2 ปี
### ลดต้นทุนด้วยความร่วมมือ
นอกจากเพิ่มรายได้แล้ว การลดต้นทุนก็สำคัญ พิพิธภัณฑ์หลายแห่งเริ่มร่วมมือกันมากขึ้น เช่น โปรแกรม National Art Pass ในอังกฤษ ที่เปิดให้สมาชิกเข้าชมพิพิธภัณฑ์กว่า 250 แห่ง ด้วยค่าสมาชิกประจำปีในราคาย่อมเยา รายได้จากสมาชิกจะนำไปสนับสนุนกองทุนต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์
บางแห่งเริ่มแบ่งปันทรัพยากร เช่น การร่วมกันจัดแสดงผลงานศิลปะ หรือแม้กระทั่งการร่วมเป็นเจ้าของผลงาน พิพิธภัณฑ์ Guggenheim และ Museum of Contemporary Art Chicago ได้ร่วมกันรับบริจาคผลงานกว่า 100 ชิ้นจากนักสะสมชื่อดัง เพื่อให้สามารถนำไปแสดงหรือหมุนเวียนได้ทั่วโลก
### ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นอีกสิ่งที่พิพิธภัณฑ์ต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องโซเชียลมีเดีย แต่รวมถึงระบบขายบัตรออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าชม และการใช้ AI เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม หลายแห่งยังไม่กล้าลงทุนด้านนี้เพราะกลัวล้มเหลว
บางแห่งเริ่มทดลองรับเงินบริจาคด้วยคริปโตเคอร์เรนซี เช่น Ethereum และ Bitcoin โดยใช้บริการจากแพลตฟอร์มอย่าง The Giving Block ซึ่งช่วยให้พิพิธภัณฑ์เข้าถึงผู้บริจาครุ่นใหม่ที่สะสมศิลปะดิจิทัล
### เข้าถึงผู้สนับสนุนรุ่นใหม่
กลุ่มผู้บริจาคยุคใหม่ไม่ได้มองหาชื่อเสียงจากการบริจาคเหมือนคนรุ่นก่อน แต่พวกเขาอยากมีส่วนร่วมจริง ๆ ในสิ่งที่สนับสนุน จากรายงานของ Avant Arte พบว่า 83% ของนักสะสมศิลปะรุ่นใหม่ต้องการช่วยเหลือพิพิธภัณฑ์มากขึ้น หากมีช่องทางและวิธีที่เข้าถึงง่าย และ 82% จะบริจาคมากขึ้นหากเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
กิจกรรมแบบรับประทานอาหารค่ำหรูหราหรือกิจกรรมพิเศษอาจไม่ได้ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่อีกต่อไป พวกเขาสนใจเนื้อหาของงานศิลป์ ประสบการณ์ร่วมกับศิลปิน และโครงการที่เกี่ยวข้องกับชุมชนหรือเป้าหมายทางสังคมมากกว่า
ตัวอย่างเช่น Hamburger Bahnhof ในเบอร์ลิน ได้จัดตั้งกลุ่ม International Companions กลุ่มผู้สนับสนุนขนาดเล็กที่มีความเข้าใจในวงการศิลปะ และพร้อมมีส่วนร่วมในโครงการที่ส่งเสริมคุณค่า เช่น ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
### ความโปร่งใสและความสัมพันธ์คือหัวใจสำคัญ
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและระดมทุนได้อย่างยั่งยืน พิพิธภัณฑ์ควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินและความต้องการของตนเองอย่างโปร่งใส รวมถึงเชิญชวนให้ผู้สนับสนุนมีส่วนร่วมกับบุคลากรในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหารหรือภัณฑารักษ์เท่านั้น เช่น ที่พระราชวังแวร์ซายส์ ได้เชื่อมโยงผู้บริจาคกับครูผู้สอน ช่างฝีมือ และเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
### โอกาสท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
แม้โลกในวันนี้จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสมหาศาลสำหรับการเปลี่ยนแปลง หากพิพิธภัณฑ์กล้าที่จะปรับตัว ร่วมมือกัน และเปิดใจ พวกเขาอาจไม่เพียงแค่เอาตัวรอด แต่ยังสามารถนิยามบทบาทใหม่ของพิพิธภัณฑ์ในศตวรรษหน้าได้อีกด้วย








