สรุปสถานการณ์ตลาดคริปโตประจำวันที่พุธที่ 17 กันยายน เวลา 21.00 น. ตามเวลา UTC
ตลาดคริปโตมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน ทำให้ช่วงเวลานี้เกิดความผันผวนในตลาดทันที
**ราคา Bitcoin (BTC):**
– อยู่ที่ประมาณ 115,680 ดอลลาร์ ลดลง 1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
– ราคาต่ำสุดของวันอยู่ที่ 114,940 ดอลลาร์ และสูงสุดที่ 116,225 ดอลลาร์
– ราคาพุ่งเล็กน้อยหลัง Fed ประกาศ แต่ตกลงต่ำกว่า 115,000 ดอลลาร์หลังจากคำแถลงของ Jerome Powell ที่กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ขณะที่การจ้างงานกลับมีความเสี่ยงขาลง
**ราคา Ethereum (ETH):**
– ปิดตลาดที่ 4,519.07 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.6% ภายใน 24 ชั่วโมง
– ราคาต่ำสุดของวันอยู่ที่ 4,440 ดอลลาร์
– นักลงทุนยังคงมองโลกในแง่ดี แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอน
**ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาด:**
– มูลค่ารวมของสัญญา Futures ของ Bitcoin อยู่ที่ 727.55K BTC หรือประมาณ 84.19 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
– อัตรา funding rate ของ BTC อยู่ที่ 0.0057% และของ ETH อยู่ที่ 0.0041% บ่งชี้ว่าตลาดยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น
– มูลค่าการ liquidate รวมในช่วง 4 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ 143.67 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นตำแหน่ง Long ซึ่งแสดงถึงแรงขายอย่างต่อเนื่อง
– ความครอบครองตลาดของ BTC (Bitcoin Dominance) อยู่ที่ 55.8%
**สัญญาณเชิงบวกจากสถาบัน:**
– ความต้องการซื้อ Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันสูงกว่าปริมาณ BTC ที่ถูกขุดใหม่อย่างชัดเจน
– รายงานจาก Bitwise ระบุว่า กองทุน ETF ของ Bitcoin ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้ามากกว่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยอดสูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
– ปัจจุบันกองทุน ETF ถือครอง BTC รวมแล้วกว่า 1.32 ล้านเหรียญ คิดเป็นประมาณ 6.6% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด
**แนวโน้มราคาและความรู้สึกของนักลงทุน:**
– ดัชนี Fear and Greed Index แสดงระดับความกลัวและความโลภของตลาด อยู่ในโซน “กลางๆ” ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนยังคงระมัดระวัง แต่มีความหวังจากการไหลเข้าของกองทุน ETF
**บริษัทและโครงการสำคัญในวงการคริปโต:**
1. **Forward Industries (FORD):**
– บริษัทเทรเชอรี่ของ Solana เปิดตัวโครงการขายหุ้นแบบ ATM มูลค่าสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้สำหรับกลยุทธ์ด้านเหรียญ Solana และลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้
2. **Google และ Coinbase:**
– ร่วมมือกันพัฒนาโปรโตคอลการชำระเงินด้วย AI ชื่อว่า AP2 ซึ่งรองรับการใช้ Stablecoin และสามารถให้ AI ส่งและรับเงินได้เองโดยไม่ต้องผ่านมนุษย์
– ระบบนี้จะรองรับทั้งโครงสร้างการเงินแบบดั้งเดิมและสินทรัพย์ดิจิทัล และมีพันธมิตรใหญ่อย่าง Ethereum Foundation, Salesforce, American Express และ Etsy
3. **Bullish:**
– ได้รับใบอนุญาต BitLicense จากรัฐนิวยอร์ก ทำให้สามารถให้บริการซื้อขายคริปโตและดูแลทรัพย์สินแก่ลูกค้าสถาบันได้อย่างถูกกฎหมายในนิวยอร์ก
– บริษัทตั้งเป้าให้บริการแบบมืออาชีพและเชื่อถือได้ สำหรับนักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ
4. **Metaplanet:**
– เปิดบริษัทลูกชื่อ Metaplanet Income ในเมืองไมอามี่ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างรายได้จาก Bitcoin เช่น การเทรดอนุพันธ์
– ได้รับเงินทุนเริ่มต้นจำนวน 15 ล้านดอลลาร์ และเตรียมนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นทั่วโลกไปซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมจนถึงเดือนตุลาคมนี้
5. **ซาอุดีอาระเบียเดินหน้าฟินเทค:**
– ธนาคารกลางซาอุฯ เปิดเผยความร่วมมือกับ Google Pay และ Ant International
– Google Pay จะสามารถเชื่อมต่อกับระบบการเงินของประเทศ (mada network)
– ภายในปี 2026 จะสามารถชำระเงินผ่าน QR Code ระหว่างระบบ mada กับ Alipay+ ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและกลาง
ติดตามข่าวสารอัปเดตวงการเทคโนโลยีและคริปโตได้แบบเรียลไทม์!








