Home การเข้ารหัสลับ สหรัฐฯ ดันกฎหมายคริปโต หนุนอุตสาหกรรมโตเร็ว

สหรัฐฯ ดันกฎหมายคริปโต หนุนอุตสาหกรรมโตเร็ว

101
0

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โหวตผ่านมติ 215 ต่อ 211 เสียง เพื่อขยับร่างกฎหมายเกี่ยวกับคริปโต 3 ฉบับเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติเต็มสภา หลังจากที่การโหวตก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมาย GENIUS Act ที่ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเงินดิจิทัลจากธนาคารกลาง (CBDC)

Przemysław Kral ซีอีโอของ zondacrypto ระบุว่า “ประชาชนมีสิทธิ์รู้ว่ารัฐบาลมีแผนจะติดตามการใช้จ่ายของพวกเขาหรือไม่ แม้คุณจะสนับสนุนสกุลเงินดิจิทัล แต่การอภิปรายเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็น”

ในเวลาต่อมา ผู้นำพรรครีพับลิกันได้ผลักดันให้มีการลงมติผ่านร่างกฎหมายคริปโต ซึ่งสิ้นสุดทางตันที่ยืดเยื้อถึง 9 ชั่วโมง ด้วยคะแนนเสียง 217 ต่อ 212 โดย ส.ส. Steve Scalise ผู้นำเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันกล่าวว่า จะเพิ่มข้อห้ามเกี่ยวกับ CBDC ลงในร่างกฎหมายงบประมาณด้านความมั่นคงแห่งชาติ (National Defense Authorization Act)

นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทน Max Miller ได้ประกาศในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลังว่า เขากำลังเตรียมเสนอกฎหมายฉบับร่างใหม่เพื่อชี้แจงเรื่องภาษีจากการ Staking และการบริจาคสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับองค์กรการกุศล, แผนเกษียณ และเงินกู้

วงการคริปโตให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดต่อผลลัพธ์ของการโหวตครั้งนี้

Matt Hougan จาก Bitwise แสดงความมั่นใจในจดหมายข่าวของเขาว่า แม้กฎหมายเหล่านี้จะไม่ทำให้คริปโตไม่มีความผันผวน แต่ถ้าร่างผ่าน “เราอาจจะไม่ได้เห็นราคาคริปโตตกลงมากกว่า 70% อีกต่อไป”

Ignacio Palomera ซีอีโอของแพลตฟอร์มหางานสาย Web3 ชื่อ Bondex กล่าวว่า ร่างกฎหมาย CLARITY และ GENIUS มีศักยภาพที่จะช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ โดยจะช่วยดึงดูดการลงทุนและความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านคริปโต เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในวงการ AI พร้อมเตือนว่าหากกฎหมายมีข้อจำกัดมากเกินไป อาจทำให้เกิด “สมองไหล” ไปยังประเทศอื่น

ด้าน Liquid Collective ได้เปิดตัวโทเคน LsSOL สำหรับการ Staking แบบ Liquid บนบล็อกเชน Solana ซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จของ LsETH บน Ethereum ที่มีมูลค่าล็อกไว้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการคริปโต เช่น Coinbase, Kraken, Galaxy Digital, Anchorage Digital และ Fireblocks ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันสามารถเข้าถึงการ Staking บน Solana ได้อย่างมีสภาพคล่อง

Bitlayer สตาร์ทอัพด้าน DeFi บน Bitcoin ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Franklin Templeton เปิดตัวสะพานสมาร์ตคอนแทร็กต์ชื่อ BitVM บนเครือข่ายหลัก (Mainnet) แล้ว

สะพานนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถฝาก Bitcoin เข้าในสมาร์ตคอนแทร็กต์ และแปลงเป็น Peg-BTC (YBTC) เพื่อใช้งานกับแพลตฟอร์มที่รองรับสมาร์ตคอนแทร็กต์ได้ โดยออกแบบให้มีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องพึ่งบุคคลกลาง และใช้งานข้ามเครือข่ายได้ง่าย ปัจจุบันมีพันธมิตรเตรียมนำไปเชื่อมต่อกับเครือข่ายอย่าง Sui, Base และ Arbitrum

BitVM ใช้ประโยชน์จาก Taproot ซึ่งเป็นอัปเกรดของ Bitcoin ตั้งแต่ปี 2021 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณแบบซับซ้อนและการทำธุรกรรมแบบหลายฝ่ายอย่างเป็นส่วนตัว

Tether ผู้ออกเหรียญ USDT ได้เข้าซื้อหุ้น 70% ของ Adecoagro บริษัทเกษตรกรรมรายใหญ่ในอเมริกาใต้ ด้วยมูลค่าราว 600 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ในการเชื่อมโยงคริปโตกับสินค้าโภคภัณฑ์จริง เช่น ข้าว น้ำตาล และเอทานอล

Tether ต้องการให้ USDT กลายเป็นเครื่องมือในการชำระเงินระหว่างประเทศแบบรวดเร็วและต้นทุนต่ำ โดยการถือสินทรัพย์จริงยังช่วยสร้างรายได้ที่ไม่ถูกเงินเฟ้อกัดกร่อน และเพิ่มความมั่นใจในทุนสำรองของ USDT

ด้วยเงินทุนสำรองกว่า 149 พันล้านดอลลาร์ และเหรียญ USDT ที่หมุนเวียนกว่า 143 พันล้านดอลลาร์ Tether วางแผนสร้างระบบเศรษฐกิจแบบบูรณาการระหว่างคริปโตและห่วงโซ่อุปทานจริง เพื่อให้ USDT เป็นชั้นการชำระเงินหลักในตลาดที่เคยถูกควบคุมด้วยระบบธนาคารแบบเดิม

ธนาคาร Citigroup กำลังพิจารณาเปิดตัว Stablecoin ของตัวเอง โดยซีอีโอ Jane Fraser ยืนยันระหว่างแถลงผลประกอบการไตรมาสสองว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เข้าสู่โลกบล็อกเชน

แม้ว่าตอนนี้ Citi จะเน้นเรื่องเงินฝากแบบโทเคน แต่ Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์จาก Citi อาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับธุรกรรมข้ามประเทศในอนาคต

กลยุทธ์ของ Citi ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่ เงินฝากแบบโทเคน, การจัดการทุนสำรอง Stablecoin, บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบแลกเปลี่ยนระหว่างเงิน Fiat กับ Crypto

Citi มองว่า Stablecoin จะเติบโตอย่างมากในปี 2025 โดยอาจมีมูลค่าตลาดถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางธนาคารให้ทันสมัยและตอบโจทย์ลูกค้าในโลกที่ต้องการธุรกรรมรวดเร็วทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุด ทางการสหรัฐฯ ได้ปิดคดีสอบสวน Polymarket แพลตฟอร์มพยากรณ์บนบล็อกเชน หลังจากตรวจสอบยาวนานหลายปี โดยกระทรวงยุติธรรม (DOJ) และ CFTC ยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก

ก่อนหน้านี้ ในช่วงปลายปี 2024 เจ้าหน้าที่ FBI เคยบุกค้นเพนท์เฮาส์ของซีอีโอ Shayne Coplan และยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ เนื่องจากสงสัยว่าแพลตฟอร์มยังเปิดให้ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เข้าใช้บริการ ทั้งที่เคยถูกสั่งปรับโดย CFTC เป็นเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

การปิดคดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางทิศทางใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เริ่มออกกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบมากขึ้น

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here