ฮ่องกงกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเงินดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาผสานเข้ากับเศรษฐกิจจริง และได้ออกใบอนุญาตให้กับแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Virtual Asset Trading Platforms) แล้วถึง 9 แห่ง
นอกจากนี้ ฮ่องกงยังเดินหน้าศึกษาการใช้โทเค็นทองคำ (Gold Tokenization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความปลอดภัยในการลงทุน แนวคิดนี้คือการนำทองคำจริงมาผสานกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้สามารถซื้อขายทองคำในรูปแบบดิจิทัลได้สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการสนับสนุนจาก พอล ชาน (Paul Chan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริการทางการเงินและคลังของฮ่องกง
แนวทางนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ฮ่องกงเป็นเจ้าภาพจัดงาน Consensus ซึ่งเป็นงานประชุมใหญ่ระดับโลกด้านคริปโตและ Web3 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่งานนี้จัดขึ้นนอกสหรัฐอเมริกา
ซวี เจิ้งยู่ (Xu Zhengyu) ผู้อำนวยการสำนักบริการทางการเงินและคลังของฮ่องกง ได้เน้นย้ำถึงแนวโน้มสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคนี้ โดยให้ความสำคัญกับการผสานทองคำจริงเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเสริมศักยภาพการลงทุน
นอกจากสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ฮ่องกงยังมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินดิจิทัลให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริง ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนระบบชำระเงินข้ามพรมแดน และการรวม AI เข้ากับบล็อกเชนและเทคโนโลยี Web3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรม
ปัจจุบัน สินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายในฮ่องกง ได้แก่ Bitcoin, Ether, Avalanche และ Chainlink เท่านั้น
เพื่อเสริมสร้างกรอบกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง ฮ่องกงกำลังเตรียมออกกฎหมาย Stablecoin Bill ซึ่งจะกำหนดให้ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ที่อ้างอิงสกุลเงินฮ่องกงดอลลาร์หรือสกุลเงินอื่น ๆ ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานการเงินของฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority)
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 เป็นต้นไป รัฐบาลฮ่องกงได้จัดตั้งโครงการบ่มเพาะด้านการกำกับดูแล (Supervisory Incubator) เพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานบล็อกเชนได้อย่างราบรื่น โดยมุ่งเน้นไปที่เงินฝากในรูปแบบโทเค็น (Tokenized Deposits) และการรวมเข้ากับระบบธนาคารแบบดั้งเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ








