บริษัท Arrive AI เชื่อว่า “คริปโตเคอร์เรนซี” คือวิธีการชำระเงินที่ดีกว่าเดิม และตอนนี้พวกเขากำลังขยายธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในก้าวสำคัญคือการเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเลือกรับเงินเดือนเป็นคริปโตได้ โดย Dan O’Toole ซีอีโอของบริษัท จะเป็นคนแรกที่เริ่มใช้ทางเลือกใหม่นี้
นอกจากการใช้คริปโตเพื่อจ่ายเงินเดือนแล้ว Arrive AI ยังวางแผนจะสร้างเหรียญดิจิทัลของตัวเองขึ้นมา ใช้สำหรับจ่ายเงินให้พนักงาน ผู้รับเหมา ชำระสัญญากับคู่ค้า และทำให้การทำธุรกรรมภายในเครือข่ายจัดส่งของบริษัทเป็นเรื่องง่ายและเร็วขึ้น
O’Toole อธิบายว่า เพราะบริษัทอยู่ในจุดตัดระหว่าง “โลจิสติกส์” และ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” การมีสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองจะช่วยเพิ่มความโปร่งใส เร็ว และมีประสิทธิภาพในการทำงาน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ใช้งานได้มีส่วนร่วมในการเติบโตของแพลตฟอร์ม
ตอนนี้ Arrive AI กำลังเร่งจ้างบุคลากรเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยเน้นการหานักวิทยาศาสตร์ด้าน AI เข้าร่วมทีม เพื่อผลักดันให้บริษัทกลายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างแท้จริง พร้อมทั้งเตรียมรับมือกับการขยายการใช้งานในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีแผนจ้างวิศวกรซอฟต์แวร์, นักพัฒนาผลิตภัณฑ์, ทีมขาย และทีมการตลาดเพิ่มเติม
ในขณะเดียวกัน ผู้นำด้านระบบการชำระเงินก็เริ่มหันมาสนใจเทคโนโลยีอย่าง stablecoin ซึ่งเป็นคริปโตที่มูลค่าคงที่ เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัล
Raj Dhamodharan รองประธานบริหารฝ่ายบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลของ Mastercard เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้บริโภคและธุรกิจต้องการ ไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่รวมถึงความไว้วางใจ ความเรียบง่าย และความสะดวกด้วย”
เขาเสริมว่า สำหรับผู้ใช้ทั่วไป พวกเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังใช้ stablecoin อยู่ เพราะระบบในอเมริกาเองก็มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอยู่แล้ว ทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัลและบัญชีธนาคาร ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับ blockchain โดยตรง แค่ใช้งานผ่านบัตรที่เชื่อมกับบัญชี stablecoin ก็เพียงพอแล้ว
แม้ Bitcoin และ Ethereum จะยังเป็นที่พูดถึงมากที่สุด แต่ตอนนี้ stablecoin กำลังเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในวงการชำระเงิน เพราะมีข้อดีตรงที่ราคามีความเสถียรมากกว่า ทำให้ใช้งานจริงได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น








