Bybit ถูกแฮ็ก สูญเสียคริปโตกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์!
ตลาดคริปโตสะเทือน! Bybit หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุด ถูกโจมตีโดยแฮ็กเกอร์ ทำให้สูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลไปกว่า **1.5 พันล้านดอลลาร์** นี่อาจเป็นการขโมยคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
### การแฮ็กที่ซับซ้อนโดยกลุ่ม Lazarus
รายงานเผยว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ **Lazarus Group** จากเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ แฮ็กเกอร์สามารถดักจับธุรกรรมที่กำลังโอนเงินจากกระเป๋าเก็บความเย็น (Cold Wallet) ไปยังกระเป๋าเก็บความอุ่น (Warm Wallet) พวกเขาใช้ช่องโหว่ของระบบลงนามธุรกรรมและโอน **401,000 ETH** ไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้
ที่น่าตกใจคือ Cold Wallet ของ Bybit ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุด แต่ยังถูกเจาะระบบได้อย่างง่ายดาย
### ตลาดคริปโตสั่นสะเทือน
ข่าวการแฮ็กส่งผลกระทบต่อราคาคริปโตอย่างมาก Ethereum ร่วงลง **เกือบ 7%** ขณะที่ Bitcoin ก็ลดลง **3%** อย่างไรก็ตาม ราคาของทั้งสองเหรียญได้ฟื้นตัวในเวลาต่อมา
### ซีอีโอของ Bybit ออกมาให้ความมั่นใจ
หลังจากข่าวแพร่สะพัด ผู้ใช้งาน Bybit แห่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์ม จนเกิดปรากฏการณ์ **”Bank Run”** มูลค่ากว่า **4 พันล้านดอลลาร์**
Ben Zhou ซีอีโอของ Bybit ออกมาโพสต์บน X (Twitter) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เขาระบุว่าระบบถอนเงินกลับมาเป็นปกติแล้ว ผู้ใช้สามารถถอนเงินได้ตามต้องการ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Bybit จะให้คำมั่นว่าผู้ใช้จะได้รับเงินคืนทั้งหมด แต่เหตุการณ์นี้ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับนักลงทุนทั่วไป
### ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในโลกคริปโตเพิ่มขึ้น
รายงานจาก Chainalysis เผยว่า ในปี 2024 มีเงินถูกขโมยจากแพลตฟอร์มคริปโตไปกว่า **2.2 พันล้านดอลลาร์** นี่เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 10 ปี ที่ความเสียหายจากการแฮ็กทะลุหลักพันล้านดอลลาร์
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ Bybit น่ากังวลคือ นี่เป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้ **60 ล้านคน** และมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึง **36 พันล้านดอลลาร์** แต่กลับถูกเจาะระบบได้ง่ายๆ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่า มาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมคริปโตนั้นเพียงพอหรือไม่?
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการแฮ็กครั้งใหญ่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่ Mt. Gox ถูกขโมย **350 ล้านดอลลาร์** ในปี 2014, Poly Network เสียหาย **611 ล้านดอลลาร์** ในปี 2021 และ Binance ก็เคยถูกแฮ็กไป **570 ล้านดอลลาร์** ในปี 2022
### วิธีป้องกันตัวเองจากการแฮ็ก: ใช้กระเป๋าคริปโตที่ปลอดภัย
เหตุการณ์นี้เตือนเราว่า การเก็บเงินไว้ในแพลตฟอร์มซื้อขายอาจไม่ปลอดภัย วิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสินทรัพย์คริปโตคือ **ใช้กระเป๋าเงินแบบ Non-Custodial** ซึ่งคุณเป็นผู้ถือกุญแจส่วนตัวเอง ไม่มีใครสามารถเข้าถึงเงินของคุณได้
หนึ่งในตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในตลาดตอนนี้คือ **Best Wallet** ซึ่งใช้เทคโนโลยี **MPC-CMP จาก Fireblocks** พร้อมด้วยระบบ 2FA และการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกส์ ทำให้แฮ็กเกอร์แทบไม่มีโอกาสเจาะระบบได้
นอกจากนี้ Best Wallet ยังมีประกันคริปโตจากบริษัทบุคคลที่สาม หากเกิดเหตุการณ์ถูกแฮ็กหรือโดนฟิชชิ่ง คุณสามารถได้รับเงินคืนอีกด้วย
### Best Wallet Token ($BEST) โอกาสลงทุนในปี 2025
Best Wallet ไม่เพียงแต่ปลอดภัย แต่ยังมีโทเค็นของตัวเองชื่อ **$BEST** ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุน
แพลตฟอร์มตั้งเป้าจะครองตลาดกระเป๋าเงิน Non-Custodial กว่า **40% ภายในปี 2026** และปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า **500,000 ราย** แล้ว
ผู้ถือโทเค็น $BEST จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ถูกลง, รางวัล Staking สูงขึ้น และเข้าถึง Presale เหรียญคริปโตก่อนใคร
ขณะนี้ Presale ของ $BEST กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า **10 ล้านดอลลาร์** ราคาปัจจุบันอยู่ที่ **$0.0241 ต่อโทเค็น** แต่จะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
### สรุป
– Bybit ถูกแฮ็ก สูญเสีย 1.5 พันล้านดอลลาร์
– แฮ็กเกอร์ใช้วิธีซับซ้อนเจาะระบบ Cold Wallet
– ตลาดคริปโตผันผวน Ethereum ร่วง 7%, Bitcoin ร่วง 3%
– ผู้ใช้แห่ถอนเงิน ซีอีโอ Bybit ออกมาสร้างความมั่นใจ
– ความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตถูกตั้งคำถาม
– แนะนำให้ใช้กระเป๋าเงิน Non-Custodial อย่าง Best Wallet
– Best Wallet Token ($BEST) กำลังมาแรงและเป็นโอกาสการลงทุนที่ดี
อย่าลืม ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนลงทุน เพราะตลาดคริปโตมีความเสี่ยงสูง! 🚀








