Nvidia เผยผลประกอบการไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2025 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม โดยรายได้อยู่ที่ 46.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า และพุ่งขึ้นถึง 56% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
บริษัทคาดการณ์ว่าในไตรมาสถัดไป รายได้อาจพุ่งสูงถึง 54 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเนื่องในช่วงขาขึ้นของตลาด AI ซีอีโอ Jensen Huang กล่าวถึงแพลตฟอร์มใหม่ “Blackwell” ว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในโลก AI โดยผลิตภัณฑ์ Blackwell Ultra กำลังเร่งการผลิตอย่างเต็มที่ และความต้องการยังคงสูงมาก
เขายังพูดถึงระบบ NVLink rack-scale ที่ปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ และบอกว่า “การแข่งขันด้าน AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว” นอกจากนี้ แผนซื้อหุ้นคืนของ Nvidia ยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในอนาคตของบริษัท
แม้จะมีแนวโน้มดี แต่ราคาหุ้น NVDA กลับปรับลง 5.95% หลังจากรายงานผลประกอบการ โดยร่วงจากระดับสูงสุดในวันพฤหัสบดีที่ $184.13 ลงไปแตะระดับต่ำสุดในวันศุกร์ที่ $173.17 แสดงให้เห็นว่าหุ้นกลุ่ม AI เริ่มมีอาการเหนื่อยล้า แม้รายได้ของ Nvidia จะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ในขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง MongoDB ก็พุ่งขึ้นกว่า 45.7% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยซีอีโอ Dev Ittycheria กล่าวในรายการ CNBC ว่า “เราเริ่มเห็นการใช้ AI เพื่อทำงานอัตโนมัติในส่วนของ back office และงานขายการตลาด แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ AI เข้ามาแทนที่ทั้งองค์กร”
คำพูดนี้สะท้อนถึงความหวังแบบระมัดระวังในตลาด AI ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเหรียญ Crypto AI ด้วย
เหรียญ Bittensor (TAO) ซึ่งเป็นเหรียญ AI ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในโลกคริปโต ลดลง 56% จากจุดสูงสุดในเดือนธันวาคมที่ราคา $748 แม้ Bitcoin (BTC) จะมีผลงานดีขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพา TAO ฟื้นตัว
เช่นเดียวกับ Render (RENDER) ที่ร่วงลง 70% จากจุดสูงสุดในเดือนธันวาคมที่ $11.9 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเหรียญ AI ยังคงมีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนยังลังเล
แม้ตลาด Altcoin รวมถึง Ethereum (ETH) จะเติบโตขึ้นเกือบ 60% จากจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน แต่เหรียญกลุ่ม AI เติบโตเพียง 30% เท่านั้น หมายความว่านักลงทุนยังคงระวังในการเข้าลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม เหรียญ AI ยังคงมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนสูงหากได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งตลาดคริปโตและกระแส AI ทั่วโลกในอนาคต








