Home การเข้ารหัสลับ Stripe จับมือ Paradigm เปิดตัวบล็อกเชน Tempo รองรับ Stablecoin

Stripe จับมือ Paradigm เปิดตัวบล็อกเชน Tempo รองรับ Stablecoin

16
0

สองบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากซิลิคอนแวลลีย์กำลังร่วมมือกันเปลี่ยนโฉมวงการชำระเงินระดับโลก Stripe บริษัทฟินเทคที่มีมูลค่ากว่า 91.5 พันล้านดอลลาร์ และ Paradigm บริษัทลงทุนในคริปโต ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ชื่อว่า Tempo ซึ่งเป็นบล็อกเชนแบบ Layer-1 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ stablecoin หรือเหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

ต่างจาก Layer-2 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นบนบล็อกเชนเดิม เช่น Ethereum หรือ Bitcoin บล็อกเชน Layer-1 อย่าง Tempo นั้นยากต่อการสร้างและดูแลรักษา แต่ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า Tempo เป็นหนึ่งในบล็อกเชนใหม่ที่เน้นการใช้งาน stablecoin เช่นเดียวกับ Arc ของ Circle, Plasma และ Stable ของ Tether

การเปิดตัวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่วงการคริปโตกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยได้รับแรงหนุนจากท่าทีสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ และการผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับ stablecoin ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทใหญ่หลายแห่งที่เคยลังเลเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารหรือบริษัทเทคโนโลยี ก็เริ่มเข้ามาสำรวจพื้นที่นี้มากขึ้น Stripe ถือเป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ที่กล้าก้าวเข้าสู่โลกคริปโต โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin และกระเป๋าเงินดิจิทัลมาแล้ว

การจับมือกับ Paradigm ในครั้งนี้ Stripe กำลังเดินหน้าเต็มตัวในตลาดคริปโต โดย Matt Huang หุ้นส่วนผู้บริหารของ Paradigm และเป็นหนึ่งในบอร์ดของ Stripe จะเป็นผู้นำโครงการ Tempo นี้

บล็อกเชน หรือเทคโนโลยีบัญชีแบบกระจายศูนย์ที่ใช้บันทึกธุรกรรม เป็นพื้นฐานของระบบคริปโตตั้งแต่ปี 2008 มีบล็อกเชนเกิดใหม่มากมาย ทั้งแบบดั้งเดิมอย่าง Ethereum และ Solana ไปจนถึงบล็อกเชนรุ่นใหม่ที่สร้างบนโครงสร้างเดิม หลายโปรเจกต์ได้รับเงินลงทุนมหาศาลแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่มีผู้ใช้งานจริง

ขณะที่บางบล็อกเชนเน้นการสร้างแอปพลิเคชันทางการเงินแบบกระจายศูนย์ บล็อกเชนรุ่นใหม่เริ่มหันมาเน้นที่การชำระเงินโดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับความนิยมของ stablecoin ที่ช่วยให้ธุรกรรมรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมต่ำ โดยใช้เหรียญเช่น USDC ของ Circle หรือ Tether ที่เป็นผู้นำตลาด แม้จะเริ่มจาก Ethereum แต่ตอนนี้ถูกนำไปใช้ในบล็อกเชนอื่น ๆ ด้วย

แม้การแข่งขันในวงการจะสูง แต่ Tempo ได้เปรียบจากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ Stripe ซึ่งให้บริการระบบชำระเงินแก่ธุรกิจทั่วโลก โดยส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าสู่โลกคริปโต การใช้ stablecoin ในการชำระเงินนั้นเร็วกว่าระบบโอนเงินแบบเก่าอย่าง SWIFT หรือการโอนผ่านธนาคาร ซึ่งมักช้าและมีค่าธรรมเนียมสูง อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้งานจริงยังคงถูกชะลอด้วยความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบและภาพลักษณ์ของคริปโต

ต่างจากบล็อกเชนอื่น ๆ ที่มักมีเหรียญของตัวเอง Tempo จะไม่เปิดตัวเหรียญใหม่ แต่จะใช้ stablecoin ต่าง ๆ ในการจ่ายค่าธรรมเนียม (gas fee) แทน ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่จ่ายให้เครือข่ายในการประมวลผลธุรกรรม

ยังไม่มีวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Tempo แต่โปรเจกต์มีทีมงานแล้วประมาณ 15 คน รวมถึง Matt Huang ที่ยังคงดำรงตำแหน่งใน Paradigm ร่วมกับ Alana Palmedo

Paradigm ระบุในบล็อกโพสต์ว่า Tempo จะเน้นการใช้งานด้านการชำระเงินทั่วโลก การโอนเงินข้ามประเทศ ธุรกรรมขนาดเล็ก และการชำระเงินโดย AI หรือ “agentic payments” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เทคโนโลยีบล็อกเชนจะมีบทบาทสำคัญ แม้ Stripe จะเป็นผู้ฟักโปรเจกต์นี้ แต่เป้าหมายคือให้ Tempo มีความเป็นกลาง และยังไม่ชัดเจนว่าผู้ให้บริการชำระเงินรายอื่นจะนำไปใช้หรือไม่

พันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมพัฒนา Tempo ได้แก่ Anthropic, OpenAI, Deutsche Bank และ Shopify ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจจากทั้งภาคธุรกิจและเทคโนโลยีระดับโลก

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here