ลิเวอร์พูลต้องพบกับความผิดหวังในศึกคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ หลังจากพ่ายแพ้ให้กับนิวคาสเซิลในเกมที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและขาดพลัง
ดูเหมือนว่าความเหนื่อยล้าจากเกมหนักกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงเมื่อวันอังคารจะส่งผลกระทบต่อลิเวอร์พูลอย่างมาก นักเตะหลายคนเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานตั้งแต่นาทีแรกของเกม
แม้จะมีช่วงดราม่าท้ายเกม โดยที่เฟเดริโก้ เคียซ่า ซึ่งไม่ค่อยได้ลงสนาม สามารถทำประตูได้ก่อนหมดเวลา แต่เกมนี้ก็แทบจะจบลงตั้งแต่แดน เบิร์น โหม่งทำประตูให้นิวคาสเซิลขึ้นนำในช่วงทดเวลาครึ่งแรกแล้ว
เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย นิวคาสเซิลฉลองชัยชนะ แต่สิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นคือ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันของลิเวอร์พูล แสดงความมีคลาสด้วยการเข้าไปจับมือและแสดงความยินดีกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ฟาน ไดค์ เป็นหนึ่งในไม่กี่คนของลิเวอร์พูลที่ดูมีพลังและพยายามอย่างเต็มที่ แม้เขาจะไม่ได้เล่นดีที่สุด แต่ก็ยังถือว่าทำได้ดีกว่าหลายคนในทีม
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ฟาน ไดค์ เคยเป็นฮีโร่ที่ทำประตูชัยและคว้าแชมป์แรกในฐานะกัปตันทีมลิเวอร์พูล แต่น่าเสียดายที่เขาก็รู้ดีว่าความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศนั้นเจ็บปวดแค่ไหน หลังจากเคยพลาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ถึงสองครั้ง
อดีตนักเตะลิเวอร์พูล สตีเฟ่น วอร์น็อค ชื่นชมพฤติกรรมของฟาน ไดค์ โดยกล่าวว่า “เขาเดินไปหาผู้เล่นนิวคาสเซิลทุกคน จับมือและแสดงความเคารพ นี่คือสิ่งที่กัปตันที่แท้จริงควรทำ”
แม้ว่าผู้เล่นบางคนของนิวคาสเซิล เช่น โชเอลินตอน อาจไม่สมควรได้รับคำชื่นชมจากฟาน ไดค์ แต่เขาก็ยังคงแสดงออกถึงความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง
สิ่งที่แฟนบอลกังวลคือ นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของฟาน ไดค์ ในการคว้าแชมป์กับลิเวอร์พูล เนื่องจากสัญญาของเขากำลังจะหมดลงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับอนาคตของเขากับทีม
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังมีโอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และหากพวกเขาทำสำเร็จ มันจะเป็นช่วงเวลาที่หวานชื่นยิ่งกว่าการคว้าแชมป์คาราบาว คัพ อย่างแน่นอน








