ดไวท์ ยอร์ค เฮดโค้ชทีมฟุตบอลชายของตรินิแดดและโตเบโก เผยว่าทีมของเขาต้องเล่นให้ดุดันและเด็ดขาดมากกว่านี้ หลังจากเอาชนะทีมเพื่อนบ้านในแถบแคริบเบียนอย่างเซนต์คิตส์และเนวิสไปแบบถล่มทลาย 6-2 ที่สนาม Hasely Crawford ในเมืองมูคูราโป เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา
ยอร์คกล่าวหลังจบเกมว่า “เราต้องเล่นให้เด็ดขาดกว่านี้! ตอนนี้เรายังเป็นทีมที่เล่นตามสถานการณ์ มากกว่าจะเป็นฝ่ายริเริ่ม” เขาแสดงความกังวลว่าทุกครั้งที่ทีมขึ้นนำ นักเตะกลับเริ่มผ่อนเกม ถอยหลัง และเปิดโอกาสให้คู่แข่งบุกกดดัน
ในครึ่งแรก ทีมมีปัญหาเรื่องความห่างระหว่างตำแหน่ง ยอร์คอธิบายว่า “บางช่วงเราถอยลึกเกินไป ทำให้การเชื่อมเกมไม่ไหลลื่น ช่องว่างเกิดขึ้นมาก เราต้องเล่นให้แน่นและกระชับกว่านี้ แต่ก็ต้องชมว่าครึ่งหลังนักเตะตอบสนองได้ดี”
ช่วงพักครึ่งเกมเสมอกันที่ 2-2 ยอร์คเปลี่ยนตัวสองคน คือ อังเดร แรมเพอร์ซาด กับ ดาร์เนล ฮอสเปเดเลส ออก แล้วส่ง อาจานี ฟอร์จูน และ อังเดร เรย์มอนด์ ลงสนาม ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะเกมรุกที่จัดการปิดเกมใส่เซนต์คิตส์และเนวิสได้
ยอร์คยังกล่าวถึงจังหวะที่ เลวี การ์เซีย พลาดจุดโทษในนาทีที่ 27 หากลูกนั้นเข้าเป็น 2-0 เกมอาจจบลงทันที แต่ผู้รักษาประตูของเซนต์คิตส์อย่าง จูลานี อาร์ชิบอลด์ เซฟไว้ได้ ทำให้คู่แข่งมีแรงฮึดกลับมาสู้
หนึ่งในดาวเด่นของเกมคือ ดันเต้ ซีลีย์ แข้งปีกวัย 22 ปีจาก CF Montreal ซึ่งลงสนามนัดแรกให้ทีมชาติชุดใหญ่ และยิงไปถึง 2 ประตู โดยเขาเป็นลูกชายของอดีตกองหน้าทีมชาติ สก็อตต์ ซีลีย์ ยอร์คกล่าวชมว่า “เขาทำผลงานยอดเยี่ยม ยิงได้สองลูก เขาเข้ามาแล้วยกระดับทีม ผมดีใจที่มีเขาในทีม และหวังจะช่วยพัฒนาเขาต่อไป เพราะเขาคือผู้เล่นพิเศษจริงๆ”
อีกหนึ่งเรื่องดีของเกมนี้คือแรงเชียร์จากแฟนบอลกว่า 20,000 คน ซึ่งมากที่สุดในรอบเกือบสิบปี ยอร์คกล่าวว่า “ต้องขอบคุณแฟนบอลชาวตรินิแดดและโตเบโก พวกเขาคือส่วนสำคัญของชัยชนะ ผมไม่ได้เห็นคนดูออกมาเยอะขนาดนี้นานแล้ว มันดีมากที่ฟุตบอลกลับมาอยู่ในใจคนอีกครั้ง”
ด้านซีลีย์ก็รู้สึกตื่นเต้นกับการลงเล่นนัดแรกต่อหน้าแฟนบอลเต็มสนาม พร้อมครอบครัวที่มาเชียร์ “ผมรู้สึกยอดเยี่ยมมาก มีครอบครัวอยู่ข้างสนาม รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ใส่เสื้อตรินิแดดและโตเบโก ผมแทบรอไม่ไหวที่จะโชว์ฝีเท้า”
เขายังพูดถึงสิ่งที่ทีมเปลี่ยนไปในครึ่งหลังจนยิงเพิ่มอีก 4 ลูกว่า “เราต้องตอบสนอง และเราก็ทำได้ดี เราเริ่มบุกมากขึ้น เล่นดุดัน ไม่ปล่อยให้พวกเขามีโอกาสครองบอลง่ายๆ”
ซีลีย์ยังพูดถึงบรรยากาศสุดมันส์ว่า “นี่อาจจะเป็นสนามที่เสียงดังที่สุดที่ผมเคยเล่นมาตลอดอาชีพ มันสุดยอดจริงๆ ที่มีแฟนๆ หนุนหลังแบบนี้ เป็นอะไรที่พิเศษมาก”
โปรแกรมถัดไป ตรินิแดดและโตเบโก จะต้องบุกไปเยือนคอสตาริก้าในวันที่ 10 มิถุนายน เพื่อคว้าตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกคัดเลือกฟุตบอลโลกให้ได้








