นอร์เวย์เคยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในปี 1998 ซึ่งเป็นเวลากว่าสองทศวรรษก่อนที่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะเกิดขึ้นมา
ปัจจุบัน ฮาแลนด์ กลายเป็นผู้นำของทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งมีดาวเตะอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลางจากอาร์เซนอล ร่วมทีมด้วย โดยพวกเขามีเป้าหมายใหญ่คือการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา
นอร์เวย์ถูกมองว่าเป็นทีมเต็งในกลุ่ม I ซึ่งมีคู่แข่งอย่าง เอสโตเนีย และ อิสราเอล
ฮาแลนด์ ยังคงโชว์ฟอร์มอันร้อนแรง โดยทำประตูที่สองให้กับทีมชาติในเกมที่เอาชนะ มอลโดวา ขาดลอย ซึ่งทำให้สถิติการทำประตูของเขาพุ่งขึ้นเป็น 39 ประตูจาก 40 นัด ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2019
ยูเลียน ไรเออร์สัน กองหลังจาก ดอร์ทมุนด์ เป็นผู้ทำประตูแรกให้กับนอร์เวย์ ตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกมที่จัดขึ้นใน คีชีเนา จากนั้น ฮาแลนด์ ซัดประตูที่สองในนาทีที่ 23 และ เทโล อาสการ์ด ผู้ทำแอสซิสต์ให้ ไรเออร์สัน ยิงลูกแรก ก็สามารถทำประตูที่สามได้ ก่อนที่ มาร์ติน โอเดการ์ด จะจ่ายบอลให้ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ทำประตูเพิ่มอีกลูกก่อนหมดครึ่งแรก ขณะที่ในครึ่งหลังตัวสำรองอย่าง อารอน ดอนนุม ก็ยิงประตูปิดท้าย
แม้ว่า ฮาแลนด์ จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้ว แต่เขายังไม่เคยพานอร์เวย์ไปสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้เลย อาการบาดเจ็บทำให้เขาพลาดลงเล่นหลายนัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 ส่งผลให้ทีมตกรอบ นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นใน ยูโร 2024 หลังจบอันดับสามของกลุ่ม ตามหลัง สเปน และ สกอตแลนด์
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 48 ทีม ยุโรปจะได้รับโควตา 16 ทีม โดยแบ่งเป็น 12 ทีมจากผู้ชนะกลุ่มรอบคัดเลือก และอีก 4 ทีมจากรอบเพลย์ออฟของรองแชมป์กลุ่ม
รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรปจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน








