ลอสแอนเจลิส – เมื่อแฟนเบสบอลที่สนาม Dodger Stadium ลุกขึ้นยืนเพื่อเคารพเพลงชาติในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พวกเขากลับได้รับเซอร์ไพรส์จากการขับร้อง “The Star-Spangled Banner” ในเวอร์ชันภาษาสเปน โดยนักร้องป๊อปและอาร์แอนด์บีเชื้อสายลาติน่าอย่าง Nezza ที่ขึ้นเวที หลับตา และร้องเพลงชาติอย่างสุดพลังเป็นเวลา 90 วินาที
วิดีโอเบื้องหลังที่เธอโพสต์บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของทีม Dodgers เคยขอร้องไม่ให้เธอร้องเป็นภาษาสเปน แต่นั่นกลับยิ่งทำให้วิดีโอกลายเป็นกระแสไวรัล ผู้ชมจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของทีมที่ดูไม่ให้การสนับสนุนชุมชนผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากการจับกุมและเนรเทศทั่วสหรัฐฯ โดยเฉพาะในพื้นที่รอบลอสแอนเจลิส
แม้จะมีแรงกดดัน Nezza บอกว่า เธอยังไม่ได้ตัดสินใจแน่ชัดว่าจะร้องภาษาใด จนกระทั่งเดินออกไปเห็นผู้ชมจำนวนมากที่เป็นครอบครัวลาตินในชุดสีฟ้า Dodgers เธอจึงเลือกใช้ภาษาสเปน
“นี่คือช่วงเวลาที่ฉันต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรามีเสียง และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันไม่โอเคเลย ฉันภูมิใจมากที่ได้ทำแบบนั้น ไม่มีความเสียใจเลยสักนิด” Nezza กล่าว
ทางทีม Dodgers ยังไม่มีแถลงการณ์เกี่ยวกับการบุกจับและเนรเทศในตอนนี้ ขณะที่ผู้จัดการทีม Dave Roberts บอกว่าเขายังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะออกความเห็น แต่ผู้เล่นอย่าง Kiké Hernández โพสต์ข้อความทั้งภาษาอังกฤษและสเปนบน Instagram แสดงความผิดหวังต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“ผมรู้สึกเสียใจและโกรธมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศและเมืองของเรา ผมไม่สามารถทนเห็นชุมชนของเราถูกละเมิด ถูกเลือกปฏิบัติ และถูกทำร้ายแบบนี้ได้ ทุกคนควรได้รับความเคารพ ศักดิ์ศรี และสิทธิมนุษยชน” Hernández เขียน
ในวิดีโอ TikTok ของ Nezza มีเสียงเจ้าหน้าที่ทีม Dodgers ที่ไม่ปรากฏตัวพูดว่า “วันนี้เราจะร้องเพลงชาติเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นไม่ได้แจ้งหรือเปล่า” อย่างไรก็ตาม หลังจากการแสดงของเธอ เหล่าคนดังอย่าง Jason Mraz, Kehlani, Becky G และ Ava DuVernay ต่างออกมาแสดงการสนับสนุน
Becky G โพสต์ใน Instagram Story ว่า “อย่าหันหลังให้เราตอนนี้เลย เมืองนี้ต้อนรับคุณมาโดยตลอด และตอนนี้เราต้องการคุณมากกว่าที่เคย ลองคิดดูว่าใครคือคนที่เติมเต็มสนามของคุณ”
เพลงชาติที่ Nezza ร้องชื่อ “El Pendón Estrellado” เป็นเวอร์ชันภาษาสเปนอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt ในปี 1945 โดยนักแต่งเพลงลูกครึ่งเปรู-อเมริกัน Clotilde Arias
หลังจากการแสดง มีรายงานว่า ผู้จัดการของ Nezza ได้รับสายจากเจ้าหน้าที่ Dodgers ไม่ระบุตัวตน บอกว่าลูกค้าของเขาไม่ได้รับการต้อนรับอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ทีม Dodgers ออกแถลงการณ์กับสื่อว่า “ไม่มีผลกระทบหรือความรู้สึกไม่ดีใด ๆ ต่อการแสดงของเธอ เธอไม่ได้ถูกขอให้ออกไป และเรายินดีต้อนรับเธอกลับมาอีกครั้ง”
Dodger Stadium มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับชุมชนผู้อพยพในลอสแอนเจลิส แฟนเบสบอลจำนวนมากจากละตินอเมริกาสวมเสื้อ “Los Dodgers” ด้วยความภาคภูมิใจ ทีมยังจัดค่ำคืนเฉลิมฉลองวัฒนธรรมของชาวเม็กซิกัน ซัลวาดอร์ กัวเตมาลา และชาติอื่น ๆ เป็นประจำ พร้อมออกอากาศเกมในภาษาสเปนอีกด้วย
Dodgers ยังได้รับคำชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในทีมแรก ๆ ที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น Jackie Robinson (ผู้เล่นผิวดำคนแรก), Fernando Valenzuela (ตำนานจากเม็กซิโก) หรือ Chan Ho Park (ผู้เล่นเกาหลีใต้คนแรกในลีกใหญ่)
แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ราบรื่นเสมอไป เพราะในอดีต ครอบครัวชาวละตินจำนวนมากเคยถูกไล่ออกจากพื้นที่ Chavez Ravine เพื่อสร้างสนามเบสบอลแห่งนี้ แฟนบางส่วนเริ่มเรียกร้องให้คว่ำบาตรทีม ขณะที่บางคนบอกว่าจะกลับไปชมเกมหากทีมออกมาพูดอะไรบ้าง
Letty Peniche จากรายการวิทยุ Power 106 ถามผ่าน Instagram ว่า “เรารักคุณ คุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา…เราอยากรู้ว่าคุณรักเรากลับไหม หรือเราเป็นแค่เงินสำหรับคุณ?”
Alora Murray ชาวลอสแอนเจลิส กำลังคิดจะคว่ำบาตรชั่วคราว เธอบอกว่า “ไม่มีใครเล่น ๆ กับเรื่องนี้นะ ลอสแอนเจลิสเติบโตมากับ Dodgers ถ้าทีมไม่อยู่ข้างเรา การไม่ไปดูเกมคือวิธีส่งสาร”
แฟนบอลละตินหลายคนแชร์คลิปที่เจ้าหน้าที่สนามเข้ามาห้ามผู้ชมที่ถือป้ายหรือใส่เสื้อผ้าที่มีข้อความทางการเมือง เช่น Emeli Avalos ที่ใส่เสื้อ “Abolish ICE” ด้านหน้า และ “FDT” ด้านหลัง ไปงาน Pride Night เมื่อ 13 มิถุนายน เธอบอกว่าเจ้าหน้าที่ให้เธอคลุมด้านหลังด้วยเสื้อแจ็คเก็ต แต่ไม่ได้เชิญออกจากสนาม
“พวกเขาบอกฉันว่า ‘ด้านหน้าพอได้ แต่ต้องปิดด้านหลัง’” Avalos กล่าว พร้อมบอกว่าเธอจะไม่กลับไปที่สนามอีก
อีกคลิปหนึ่งที่แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นแฟนบอลถือป้ายมีข้อความต่อต้าน ICE แล้วถูกเจ้าหน้าที่สนามเตือนเช่นกัน
เมื่อถูกถามถึงเหตุการณ์เหล่านี้ โฆษกทีม Dodgers อ้างถึงกฎของสนามที่ระบุว่าห้ามนำป้ายหรือเครื่องแต่งกายใด ๆ ที่มีข้อความหยาบคาย รุนแรง หรือเลือกปฏิบัติเข้ามา
แม้ทีมจะบอกว่ายินดีต้อนรับ Nezza กลับมา แต่เธอบอกว่าไม่น่าจะกลับไปอีก อย่างไรก็ตาม เธอหวังว่าการแสดงของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นกล้าใช้เสียงของตัวเอง
“มันทำให้ฉันเห็นถึงพลังของชุมชนละติน เราต้องกล้าเป็นเสียงในตอนนี้” เธอกล่าว








