อุซเบกิสถานสร้างประวัติศาสตร์ เข้ารอบฟุตบอลโลกครั้งแรก หลังเสมอกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 0-0 ที่กรุงอาบูดาบี เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมคว้าตั๋วอัตโนมัติในกลุ่ม A ร่วมกับอิหร่านที่ผ่านเข้ารอบไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทีมชาติอุซเบกิสถาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทีมที่พัฒนาเร็วที่สุดในเอเชีย สามารถหยุดเกมรุกของเจ้าบ้านยูเออีได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขาจบอันดับสองของกลุ่ม A และได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลกปีหน้าในทวีปอเมริกาเหนือ ขณะที่ยูเออีต้องไปลุ้นในรอบคัดเลือกรอบต่อไป
ในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มจะได้สิทธิ์ไปฟุตบอลโลกทันที ส่วนอันดับ 3 และ 4 ต้องไปเล่นรอบคัดเลือกเพิ่มเติม
ด้านจอร์แดนก็เข้าใกล้การไปฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์เช่นกัน หลังบุกชนะโอมาน 3-0 ที่กรุงมัสกัต โดย อาลี โอลวาน ทำแฮตทริกพาทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม B ด้วยผลต่างประตูที่ดีกว่าเกาหลีใต้ ซึ่งยังเหลือเกมกับอิรักอีกหนึ่งนัด
จอร์แดนจะเปิดบ้านพบกับอิรักในอีก 5 วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นเกมตัดสินอันดับในกลุ่ม B
ทางด้านซาอุดิอาระเบียก็ยังมีลุ้นเข้ารอบโดยตรง หลังบุกชนะบาห์เรน 2-0 ที่เมืองริฟฟา โดยพวกเขาจะต้องเจอกับออสเตรเลียในเกมสุดท้ายของกลุ่ม C เพื่อลุ้นตำแหน่งอันดับ 2
มูซับ อัล จูเวร์ ยิงให้ซาอุฯ ขึ้นนำเร็วในนาทีที่ 16 จากการเปิดของ ซาเลม อัล ดาวซารี ก่อนที่ อับดุลเราะห์มาน อัล โอบุด จะยิงปิดกล่องก่อนหมดเวลา 12 นาที
ตอนนี้ซาอุฯ อยู่อันดับ 3 ของกลุ่ม มีคะแนนตามหลังออสเตรเลีย 3 แต้ม แต่มีผลต่างประตูได้น้อยกว่าเยอะ หากอยากแซงเข้ารอบ พวกเขาต้องชนะด้วยสกอร์ถล่มในเกมสุดท้ายที่เจดดาห์
ฝั่งออสเตรเลียยังนำเป็นจ่าฝูง หลังเฉือนชนะญี่ปุ่นที่เข้ารอบแล้ว 1-0 จากประตูของ อาซิซ เบฮิช นาทีที่ 90 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 57,000 คนที่เมืองเพิร์ธ
โค้ช โทนี ปอปอวิช กล่าวหลังเกมว่า “เรายังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมาก แต่คืนนี้เราทำบางสิ่งที่พิเศษได้สำเร็จ เป้าหมายต่อไปคือไปซาอุดิอาระเบียและปิดงานให้สมบูรณ์”
ในกลุ่ม C เช่นกัน อินโดนีเซีย ยังมีหวังเข้ารอบฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่เป็นประเทศเอกราชในปี 1945 หลังเฉือนชนะจีน 1-0 จากลูกจุดโทษของ โอเล โรเมนี ก่อนหมดครึ่งแรก ซึ่งได้รับการยืนยันจาก VAR
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้อินโดฯ ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของกลุ่ม มีแต้มตามหลังซาอุดิอาระเบียเพียงแต้มเดียว ส่วนจีนหมดสิทธิ์เข้ารอบแน่นอนแล้ว โดยรั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม








