BitMine บริษัทที่เน้นลงทุนใน Ethereum กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากหุ้นของบริษัทกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในประเทศ
จากรายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม BitMine เปิดเผยว่าหุ้นของบริษัทมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงห้าวันทำการที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บริษัทติดอันดับที่ 20 ของประเทศ แซงหน้า JPMorgan ที่อยู่อันดับ 27 และ Palo Alto Networks ที่อันดับ 21 ขณะที่ Coinbase อยู่อันดับที่ 19
การพุ่งขึ้นของปริมาณการซื้อขายนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนทิศทางของบริษัทไปสู่ Ethereum อย่างเต็มตัว ข้อมูลจาก Google Finance ระบุว่าราคาหุ้นของ BitMine พุ่งขึ้นเกือบ 1,000% โดยแตะระดับสูงสุดที่ 135 ดอลลาร์ ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 53.49 ดอลลาร์ ณ การตรวจสอบล่าสุด
ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น และทำให้หุ้นมีความผันผวนมากขึ้นตามไปด้วย
นอกจากราคาหุ้นที่เติบโต BitMine ยังเดินหน้าซื้อสะสม Ethereum อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันบริษัทถือครอง ETH จำนวน 1.71 ล้านเหรียญ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4,808 ดอลลาร์ต่อเหรียญในขณะนั้น รวมถึงถือครอง Bitcoin อีก 192 BTC และเงินสดอีก 562 ล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของบริษัทแตะระดับ 8.82 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขนี้ทำให้ BitMine กลายเป็นผู้ถือครอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทที่มีทรัพย์สินคริปโตมากเป็นอันดับสอง รองจาก Strategy ที่ถือ Bitcoin มูลค่าราว 71 พันล้านดอลลาร์
BitMine เริ่มโครงการสะสม Ethereum อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และใช้เวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ในการดำเนินการเฟสแรกให้เสร็จสิ้น นับจากนั้นบริษัทก็เร่งซื้อ ETH อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่งซื้อเพิ่มอีกกว่า 190,000 เหรียญเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โธมัส “ทอม” ลี ประธานบริษัท เปิดเผยว่าการเพิ่มทุนอย่างรวดเร็วนี้มาจากความต้องการลงทุนของสถาบัน ซึ่งช่วยให้ BitMine สามารถระดมทุนได้ถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงเจ็ดวัน
เขายังกล่าวอีกว่า “นี่เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกันที่เราสามารถระดมทุนจากนักลงทุนสถาบันได้ในระดับนี้ ตามเป้าหมาย ‘alchemy of 5%’ ของ Ethereum”
ลี เน้นย้ำว่า BitMine มอง Ethereum เป็นโอกาสระยะยาว โดยเชื่อว่าการยอมรับจาก Wall Street และการผสมผสานระหว่าง AI กับเทคโนโลยีบล็อกเชน จะทำให้ Ethereum กลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงินในอนาคต








