จัสติน ไคลเวิร์ตทำผลงานสุดยอดด้วยการทำแฮตทริกอันน่าทึ่ง ช่วยให้ทีมบอร์นมัธสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดไปอย่างขาดลอย 4-1 ที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ค พร้อมทั้งยืดสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกเป็น 10 นัดติดต่อกัน และหยุดเส้นทางชนะ 9 นัดติดของนิวคาสเซิลได้สำเร็จ
นิวคาสเซิล ซึ่งหวังทำสถิติชนะ 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ต้องเผชิญกับความลำบากในเกมนี้ โดยพวกเขาไม่สามารถรักษาฟอร์มที่เคยทำให้ทีมถูกมองว่าเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ได้ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับบอร์นมัธที่กำลังมั่นใจและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
บอร์นมัธเริ่มเกมได้อย่างสดใสและขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ไคลเวิร์ตยิงบอลเข้าเสาไกลหลังจากได้รับการตัดบอลจากอองตวน เซเมนโย่ นิวคาสเซิลตีเสมอได้ในโอกาสจะแจ้งครั้งแรก โดยบรูโน่ กิมาไรส์ โหม่งลูกเตะมุมจากลูอิส ฮอลล์เข้าประตู แม้ว่านายทวารเกปา อาร์ริซาบาลาก้าจะพยายามปัดบอลแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมได้อีกครั้ง โดยอาศัยความผิดพลาดจากการส่งบอลผิดตำแหน่งของกิมาไรส์ใกล้กรอบเขตโทษของตัวเอง ทำให้ไคลเวิร์ตยิงประตูที่สองด้วยความเยือกเย็นอีกครั้ง
ทีมเยือนเกือบได้ประตูเพิ่มเมื่อดานโก อัวตาร่ายิงจ่อๆ เข้าไป แต่ VAR ชี้ว่าลูกบอลออกเส้นในช่วงก่อนหน้านั้น ทำให้ประตูถูกยกเลิกไป แต่บอร์นมัธไม่หยุดยั้งและเดินหน้ากดดันต่อไป ไคลเวิร์ตปิดท้ายแฮตทริกของเขาอย่างสวยงามด้วยการยิงบอลสุดแรงเข้าเสาไกล หลังจากฉวยโอกาสจากการส่งบอลผิดพลาดของแอนโทนี่ กอร์ดอน
มิลอส เคอร์เคซเพิ่มประตูท้ายเกมด้วยการยิงลูกซ้ายสุดแรงเข้าเสาไกลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้แฟนบอลบอร์นมัธกว่า 1,700 คนที่เดินทางมาเชียร์ทีมในสนามต่างเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน
ผลการแข่งขันนี้ทำให้บอร์นมัธตามหลังนิวคาสเซิลที่อยู่อันดับสี่เพียง 1 คะแนน และมีโอกาสขึ้นมาอยู่ในอันดับหกหากแอสตัน วิลล่าไม่สามารถชนะอาร์เซนอลในเกมต่อมาได้ ส่วนทางด้านนิวคาสเซิล การพ่ายแพ้ในครั้งนี้ถือเป็นการจบสถิติชนะรวดที่น่าผิดหวังสำหรับทีมของเอ็ดดี้ ฮาวว์








