Home การเข้ารหัสลับ Bit Digital ชู Ethereum-เลี่ยงกู้มีหลักประกันฝ่าวิกฤต

Bit Digital ชู Ethereum-เลี่ยงกู้มีหลักประกันฝ่าวิกฤต

2
0

บริษัทในกลุ่ม Digital Asset Treasury (DAT) ควรหลีกเลี่ยงการกู้เงินแบบมีหลักประกัน หากต้องการอยู่รอดในช่วงตลาดขาลง ตามคำแนะนำของ Sam Tabar ซีอีโอของ Bit Digital ในงานสัมมนา Token2049 ที่สิงคโปร์

ระวังเรื่องการกู้เงิน – เน้น Ethereum มากกว่า

Tabar กล่าวว่า การกู้เงินสามารถช่วยเพิ่มปริมาณคริปโตต่อหุ้นของบริษัทได้ โดยไม่ต้องออกหุ้นเพิ่ม แต่ต้องเลือกประเภทหนี้ให้ดี เพราะถ้าใช้หนี้ผิดประเภทหรือกู้มากเกินไป อาจทำให้บริษัทล้มละลายได้ง่าย ๆ

เขาชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่ถือ Ethereum จำนวนมากมักใช้หนี้ที่มีหลักประกัน ซึ่งเสี่ยงมากหากตลาดตกแรง เพราะเมื่อมูลค่าทรัพย์สินลดลง เจ้าหนี้จะเริ่มเรียกเงินคืนและไล่ยึดทรัพย์สินของบริษัท

เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ Bit Digital เลือกใช้หนี้แบบไม่มีหลักประกัน แทนที่จะใช้ทรัพย์สินดิจิทัลค้ำประกัน โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน บริษัทประกาศออกพันธบัตรแปลงสภาพมูลค่า 135 ล้านดอลลาร์

เตรียมรับมือ “ฤดูหนาวคริปโต”

นอกจากลงทุนในคริปโตแล้ว Bit Digital ยังพัฒนาแผนก AI ของตนเองชื่อว่า WhiteFiber อีกด้วย

ในเดือนสิงหาคม บริษัทได้เปิดขายหุ้น IPO และระดมทุนได้ 159.4 ล้านดอลลาร์ โดย Bit Digital ยังคงถือหุ้นใน WhiteFiber ถึง 71% ซึ่งปัจจุบันแยกตัวออกมาเป็นบริษัทมหาชนอิสระ

Tabar กล่าวว่ากลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการผสมผสานการลงทุนระหว่าง Ethereum และ AI เพื่อกระจายความเสี่ยงและเตรียมตัวรับมือกับภาวะตลาดขาลง

เทรนด์ใหม่ของบริษัทที่ถือครองคริปโต

ข้อมูลจาก The Block ระบุว่า การเติบโตของบริษัทคลังคริปโตสะท้อนถึงความสนใจจากสถาบันต่าง ๆ ที่เริ่มถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ไม่ใช่แค่ Bitcoin (4.1% ของตลาด) แต่รวมถึง Ethereum (2.9%) และ Solana (2.6%) ด้วย

อย่างไรก็ตาม DAT ที่เน้นเหรียญทางเลือก (Altcoin) มากเกินไป อาจทำให้เกิดการขายเหรียญก่อนเวลาโดยผู้บริหาร ทำให้กระทบกับแผนการแจกเหรียญ (vesting)

ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบการซื้อขายที่น่าสงสัยก่อนมีข่าวการซื้อคริปโต เช่นกรณีของ QMMM Holdings ในฮ่องกง ที่มีแผนซื้อ Bitcoin, Ethereum และ Solana มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ แต่ถูกระงับการซื้อขายเนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจปั่นราคาโดยใช้โซเชียลมีเดีย

ตอนนี้บริษัทคลังคริปโตเริ่มออกเหรียญ Stablecoin ของตัวเอง เพื่อสร้างระบบนิเวศและแข่งขันกับเหรียญที่มีอยู่แล้ว เช่น USDC

ตัวอย่างเช่น Sui Group Holdings ที่วางแผนจะออก Stablecoin สองเหรียญบนบล็อกเชน Sui ภายในสิ้นปี 2025 ได้แก่ suiUSDe (ให้ผลตอบแทน) และ USDi (ไม่ให้ผลตอบแทน) ร่วมมือกับ Ethena โดย SUI token ที่เพิ่มขึ้นล่าสุด 20 ล้านเหรียญ ทำให้มูลค่าสำรองทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้การแข่งขันในตลาด Stablecoin รุนแรงยิ่งขึ้น

แนวโน้มและกลยุทธ์ของ Bit Digital

Tabar แสดงความมั่นใจใน Ethereum ระยะยาว โดย Bit Digital ถือครอง Ethereum จำนวน 120,310 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 526.9 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Strategic ETH Reserve

ในขณะที่เขียนบทความ Ethereum มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 4,388 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.2% ภายใน 24 ชั่วโมง ตามข้อมูลจาก CoinGecko

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Bit Digital ประกาศเลิกขุด Bitcoin และเปลี่ยนมาเน้นการ Staking Ethereum แทน

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here