
ลิเวอร์พูลเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะสุดมันส์ 4-2 เหนือบอร์นมัธที่สนามแอนฟิลด์ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก ทั้งการไว้อาลัยให้กับดิโอโก้ โชต้า และเหตุการณ์การเหยียดผิวระหว่างการแข่งขัน
แม้ลิเวอร์พูลจะขึ้นนำก่อน 2-0 จากประตูของฮูโก้ เอกิติเก้ และโคดี้ กัคโป แต่เกมต้องหยุดชั่วคราวในนาทีที่ 28 เมื่ออองตวน เซเมนโย กองหน้าบอร์นมัธ แจ้งต่อผู้ตัดสินว่าเขาถูกแฟนบอลพูดจาเหยียดผิว บอร์นมัธยืนยันว่าผู้กระทำผิดถูกระบุตัวได้แล้ว
เซเมนโย นักเตะทีมชาติกานาวัย 25 ปี ยังมีสติและแข็งแกร่งพอที่จะเล่นต่อได้ทั้งเกม พร้อมยิงสองประตูในนาทีที่ 64 และ 76 ช่วยให้ทีมตีเสมอเป็น 2-2 โดยประตูที่สองของเขานั้นมาจากจังหวะลากเดี่ยวจากแดนหลัง ซึ่งถือว่าเป็นการโชว์เดี่ยวสุดยอด
กัปตันทีมบอร์นมัธ อดัม สมิธ กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมว่า “ผมไม่รู้ว่าเซเมนโยมีแรงใจเล่นต่อได้ยังไง แถมยังยิงสองประตูได้อีก เขาดูเสียใจมาก แต่ก็สู้จนจบ”
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลกลับมาเป็นฝ่ายคว้าชัยเมื่อเฟเดริโก้ เคียซ่ายิงประตูในนาทีที่ 88 และโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ยิงปิดท้ายช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้แชมป์เก่าประเดิมสามแต้มแรกได้สำเร็จ
ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล อาร์เน่ สลอต กล่าวหลังเกมว่า เหตุการณ์การเหยียดผิวนั้นทำให้ชัยชนะครั้งนี้ดูหม่นหมองลง
นี่เป็นแมตช์แรกที่แอนฟิลด์หลังจากเกิดเหตุการณ์เศร้า เมื่อนักเตะขวัญใจแฟนบอลอย่างดิโอโก้ โชต้า และพี่ชายของเขา อันเดร ซิลวา เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในสเปนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ก่อนเริ่มเกม แฟนบอลลิเวอร์พูลร่วมกันชูป้ายที่มีข้อความ “DJ20” และ “AS30” เพื่อไว้อาลัยให้ทั้งสองคน ในขณะที่นักเตะและสตาฟฟ์ของทั้งสองทีมสวมปลอกแขนดำ และยืนสงบนิ่งกลางสนามเพื่อรำลึกถึงผู้จากไป
หลังเกมจบ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อเขายืนหน้าฝั่งเดอะค็อป ท่ามกลางเสียงเพลงเชียร์โชต้าที่ดังสนั่น ซาลาห์ยังฉลองประตูด้วยท่าชูมือสองข้างแบบที่โชต้ามักทำเสมอ ขณะที่เอกิติเก้ และกัคโป ก็อุทิศประตูของตนให้กับโชต้าเช่นกัน
“ตอนเสมอ 2-2 ทุกคนรู้ดีว่าผมอยากส่งใครลงสนาม แน่นอนว่าผมอยากส่งโชต้าลงเล่น แต่ครั้งนี้เราทำไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่เลวร้ายมาก” สลอตกล่าว
“แต่คืนนี้ แฟนบอลและนักเตะทุกคนได้ทำในสิ่งที่โชต้าเคยทำเพื่อเราเสมอมา”







